ข้างปากแล้วกวาดอาหารทั้งหมดก็ลงท้อง จานนี้เพิ่งลงท้อง ด้านซ้ายก็มีคนยื่นอาหารจานหนึ่งมาให้ ส่วนด้านขวาก็มีคนเก็บจาน คนอื่นๆ ที่เหลือหากมิใช่ส่งอาหารมาตามทางน้อย ก็ยกจานชามที่กินแล้วไป
นี่ราวกับเทขยะใส่ถังโดยแท้ ทำให้คนอื่นๆ ไม่มีความอยากอาหารเลยสักนิด โชคดีที่ยังมีกบสองตัวทำให้ทุกตนบันเทิงใจ มารยาทบนโต๊ะอาหารแบบนี้เพียงดูให้ชินก็พอ
“ซือจุน[1]เจ้าสำนัก อาจารย์ลุงหลี่ซือผลาญใช้การรับรู้และพลังวิญญาณจนหมดสิ้น หมดสติไปแล้ว!” ยามนี้มีศิษย์ขั้นสร้างฐานคนหนึ่งวิ่งมาอย่างเร่งร้อน กระซิบบอกที่ข้างหูของฉือชางเจินเหริน
“อะไรนะ! ปกติเขาฝึกบำเพ็ญอย่างไร ทำอาหารไม่กี่จานก็หมดสติไปแล้ว ถ้าเจอศัตรู ปล่อยเพลิงออกมาก็ต้องนอนหลับหรือ!” ฉือชางเจินเหรินมีสีหน้าเคร่งเครียด ศิษย์ขั้นหลอมรวมของตนเองไม่ได้ความขนาดนี้ เกินไปแล้ว
“เจ้าไห่เจินล่ะ พวกเขาอยู่ด้วยกันไม่ใช่หรือ ให้เขามาเสริมตำแหน่งของหลี่ซือ” ฉือชางเจินเหรินเหลือบตามองจินเฟยเหยาที่กำลังกินแล้วบอกกับศิษย์น้อยคนนี้
ศิษย์คนนี้เอ่ยอย่างลำบากใจ “ซือจุน อาจารย์หมดสติไปก่อนอาจารย์ลุงหลี่อีก เค้นแรงออกมาไม่ได้แล้ว ตอนนี้นั่งอยู่บนพื้นลุกไม่ไหว ไม่มีทางใช้เพลิงแท้ปรุงอาหารได้อีก”
ฉือชางเจินเหรินมีสีหน้าน่าเกลียดอย่างยิ่ง ตอนนี้อยากจะพุ่งตัวไปดูว่าศิษย์ไม่เอาไหนสองคนนี้กำลังทำอะไรอยู่
เห็นสีหน้าเคร่งขรึมของเจ้าสำนักน่าเกลียดขึ้นมา ศิษย์คนนี้ก็รู้สึกว่าตนเอ