งจำเป็นต้องแก้ต่างให้อาจารย์สักหน่อย ดังนั้นเขาจึงกระซิบว่า “ซือจุน อาจารย์ลุงหลี่กับอาจารย์ของข้าทำอาหารรวมทั้งหมดหนึ่งพันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบห้าจาน ถ้าไม่ได้กินยาเสริมพลังคงยืนหยัดไม่ไหว อีกทั้งวัตถุดิบอาหารก็หมดแล้ว”
“มากมายปานนั้นเลย!” ฉือชางเจินเหรินนิ่งอึ้ง เขาเพียงแต่นั่งดูจินเฟยเหยากินอย่างสบายๆ ที่นี่ ไม่ได้สังเกตว่านางกินไปมากเพียงใด
ใช้เพลิงแท้ปรุงอาหารต้องสิ้นเปลืองพลัง เขารู้ดี เดิมทีวางแผนไว้แล้วว่าอาหารห้าร้อยกว่าชุดเพียงพอ สำหรับพลังการบำเพ็ญเพียรของหลี่ซือและเจ้าไห่เจิน เพียงผลาญใช้การรับรู้ไปครึ่งหนึ่ง
แต่ตอนนี้คิดไม่ถึงว่าจะทำอาหารไปหนึ่งพันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบห้าจานโดยไม่รู้ตัว เกินขีดจำกัดสูงสุดของการรับรู้และพลังวิญญาณพวกเขาแล้ว มิน่าเล่าจึงทำจนหมดสติไป
ทันใดนั้น ฉือชางเจินเหรินก็ตระหนักได้ถึงปัญหาร้ายแรงอย่างหนึ่ง หมายความว่าวัตถุดิบอาหารชั้นยอดเหล่านั้นหมดเกลี้ยงแล้ว!
สิ่งของที่ศิษย์สองคนของตนเองใช้เวลาสามปีค้นหามาแสดงความกตัญญูต่อตนเอง คิดไม่ถึงว่าจะถูกกรอกลงในท้องของสุกรตัวนี้จนหมด อีกทั้งไม่รู้ว่าคนผู้นี้มาจากไหน ศิษย์น้องจู๋ที่น่าตาย กลับมาช้าวันหนึ่งก็ไม่ได้ ดันเพิ่งกลับมาพอดี
เห็นฉือชางเจินเหรินไม่เอ่ยวาจาอยู่นาน สีหน้าอึมครึมอย่างยิ่ง ศิษย์คนนี้จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามว่า “ซือจุน ตอนนี้จะทำอย่างไรดี ทางนั้นดูเหมือนยังกินไม่อิ่ม”
ฉือชางเจินเหรินแอบทอดถอนใจเฮือกห