ายไป จะมีบุตรสาวได้อย่างไร! อีกทั้งสตรีผู้นั้นก็เป็นขั้นหลอมรวมแล้ว ถึงคลอดตอนนี้ก็ไม่น่าจะฝึกบำเพ็ญรวดเร็วปานนี้”
ตาเฒ่าคนนี้ร้ายกาจจริงๆ มีมาดของเจ้าสำนักใหญ่ จินเฟยเหยานั่งอยู่ท้ายสุดมองเห็นจู๋ซวีอู๋ทางด้านหน้าถูกพ่นน้ำลายใส่เต็มหน้า ท่าทางถูกหักหน้าน่าขำจริงๆ
จู๋ซวีอู๋เบ้ปากเอ่ยอย่างไม่พอใจ “ข้ารับมาเลี้ยงไม่ได้หรือ? มีเพียงพวกท่านที่ให้กำเนิดบุตรได้ แต่ห้ามข้ารับมาเลี้ยง? ข้ามีสิ่งของมากมาย ถึงตายไปแล้วก็แบ่งให้ศิษย์ใช้ไม่ได้ นำบุตรสาวกลับมาแบ่งสิ่งของคนหนึ่งเกี่ยวอะไรด้วย
“ถ้าเจ้าอยากได้เด็กน้อย ศิษย์พี่ของเจ้ามีมากมายบ้านใครไม่มีเด็กที่มีคุณสมบัติดีๆ หลายคนบ้าง เจ้าชอบคนใดก็เลือกไปเลี้ยง ชาติกำเนิดขาวสะอาด คุณสมบัติก็ดี ทั้งยังเป็นหลานของเจ้า ดีกว่าเก็บคนที่มีความเป็นมาไม่กระจ่างมาจากข้างนอกมากนัก” เห็นจู๋ซวีอู๋ยังโต้เถียง ฉือชางเจินเหรินก็สั่งสอนเขาอย่างหนัก
เนื่องจากศิษย์น้องจู๋คนนี้ฝึกเคล็ดวิชาเสวียนเทียน หากยังไม่บรรลุเคล็ดวิชา ร่างกายก็จะไม่เติบโต ไม่รู้ว่าสาเหตุเนื่องจากเคล็ดวิชาเสวียนเทียนหรือไม่ นิสัยจึงซุกซนราวกับเด็กน้อย ไม่เชื่อฟังเลยสักนิด แม้แต่พวกเขาเองก็มีโทสะบ่อยๆ จนลืมไปว่าเขาเป็นผู้บำเพ็ญเซียนที่มีชีวิตอยู่มาหลายร้อยปีแล้ว ยึดถือว่าเขาเป็นเด็กน้อยจริงๆ
“ข้าไม่ต้องการบุตรของพวกท่าน แต่ละคนตีหน้าเคร่งเครียดทั้งวันเหมือนพวกท่าน ไม่น่าสนุกเลยสักนิด ฝึกบำเพ็ญทั้