งวัน กฎระเบียบก็พูดจนติดปาก แบบนี้น่ารำคาญแทบตาย” จู๋ซวีอู๋ไม่ฟังคำพูดเขา ย้ายสายตาจากลวดลายบนเท้าแขนเก้าอี้มาที่ลวดลายบนเสื้อผ้าของศิษย์พี่ทางด้านข้าง
“ศิษย์น้อง!” ฉือชางเจินเหรินถูกท่าทางของเขาทำให้มีขุ่นเคืองจนตบเท้าแขนเก้าอี้ มีโทสะขึ้นมา
“ศิษย์พี่! ท่านไม่ต้องพูดแล้ว” จู๋ซวีอู๋เคลื่อนไหวเร็วกว่าเขา ลุกขึ้นยืนพลางเอ่ยอย่างเดือดดาล “ข้าแค่พาคนกลับมาคนหนึ่ง ไม่ได้ขอให้นางเข้าสำนักหรือรับหน้าที่ในสำนัก พวกท่านจำเป็นต้องตำหนิข้าด้วยหรือ! ทั้งยังเรียกทุกคนมาหมดเพียงเพื่อมาด่าทอข้า ศิษย์พี่ทุกท่านสั่งสอนศิษย์น้องก็แล้วไปเถอะ แต่ศิษย์ขั้นหลอมรวมเหล่านี้นับเป็นเรื่องราวใด? หรือข้าจู๋ซวีอู๋เป็นคนที่ทุกคนสามารถสั่งสอนได้ ทั้งเบื้องบนเบื้องล่างของสำนักตงอวี้หวงล้วนสามารถควบคุมข้าได้!”
เขายืนอยู่ในห้องโถง ดวงตาเป็นประกายเย็นเยียบ อานุภาพกดดันแผ่ปกคลุมไปทั่วทันที กวาดมองไปยังศิษย์ขั้นหลอมรวมด้านล่างด้วยเจตนาสังหาร
บรรดาศิษย์ขั้นหลอมรวมหวาดผวาทันที เจตนาสังหารที่อยู่ในอานุภาพกดดันไม่ได้ล้อเล่นเหมือนผู้อาวุโสข่มขู่ผู้เยาว์เลยสักนิด ทว่าเป็นเจตนาสังหารที่สามารถลงมือคร่าชีวิตอย่างอำมหิตได้ทุกเมื่อจริงๆ
“ซวีอู๋! ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิด” สตรีนางหนึ่งในตำแหน่งขั้นกำเนิดใหม่ยืนขึ้น
จู๋ซวีอู๋มองผู้บำเพ็ญเซียนสตรีขั้นกำเนิดใหม่ที่ท่าทางอ่อนโยน ระหว่างที่ยกมือวางเท้าเต็มไปด้วยปราณวิญญาณเซียนด้วยใบหน้าเย