็นชา “ศิษย์พี่เมี่ยวอวี่ พวกท่านยังมีเรื่องใดจะลงโทษข้าอีก สามารถบอกมาพร้อมกันได้เลยว่าข้าจู๋ซวีอู๋ทำเรื่องใดจึงทำให้พวกท่านต้องจัดฉากใหญ่โตขนาดนี้มาข่มขู่ข้า”
“จริงๆ เลย เจ้าไม่เปลี่ยนนิสัยเสียบ้าง อยู่ๆ ก็มีโทสะ” เมี่ยวอวี่เจินเหรินเดินมาฉุดดึงมือจู๋ซวีอู๋ที่มีใบหน้าอึมครึมแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “หรือเจ้าลืมแล้วว่าวันนี้เป็นวันเกิดศิษย์พี่เจ้าสำนัก? ดังนั้นทุกคนย่อมมารวมตัวกัน กำลังพูดถึงเจ้า คิดไม่ถึงว่าจะได้ยินคนมารายงานว่าเจ้ากลับมาแล้วย่อมต้องรีบเรียกเจ้ามา เจ้ามิใช่ไม่รู้นิสัยของศิษย์พี่ เขาไม่ได้จงใจอยากจะว่าเจ้า ยังไม่คลายโทสะอีก เรียกหลานสาวมาให้ทุกคนเห็นหน่อย ดูสิว่าเป็นเด็กหญิงเช่นไรจึงทำให้เจ้าชอบขนาดนี้”
“วันเกิด? เขาอายุเท่าไรข้าลืมไปแล้ว ใครยังจำเรื่องประเภทนี้ได้ ฉลองวันเกิดก็ฉลองไปสิ ทำไมต้องมาด่าทอข้าด้วย ยิ่งแก่นิสัยก็ยิ่งประหลาด” จู๋ซวีอู๋จำไม่ได้เลยสักนิดว่าวันนี้เป็นวันเกิดของศิษย์พี่เจ้าสำนัก เรื่องประเภทนี้นอกจากคนที่ตั้งใจจำแล้วก็ไม่มีใครจำได้เลยสักนิด จากนั้นเขาก็บ่นพึมพำกวักมือเรียกจินเฟยเหยา
ยามนี้จินเฟยเหยากำลังใช้นิ้ววาดลวดลายบนเท้าแขนเก้าอี้ ไม่ได้ยินว่าพวกเขากำลังพูดอะไรกัน ถึงอย่างไรก็รู้ว่าทะเลาะกันผ่านน้ำเสียงและอานุภาพกดดันอันเย็นเยียบที่เต็มไปด้วยไอสังหารเหล่านั้น ดังนั้นนางจึงไม่เห็นว่าจู๋ซวีอู๋กำลังเรียก และตั้งอกตั้งใจขัดถูลวดลายบนเท้าแขนเก้าอี