้เหล่านี้
“ผู้อาวุโสจู๋กำลังเรียกเจ้า” ศิษย์ขั้นหลอมรวมด้านข้างนางกลับนั่งไม่ไหว กระซิบเตือนจินเฟยเหยา จู๋ซวีอู๋กวักมือมาทางนาง ถ้าไม่เตือนคนด้านข้างผู้นี้จะถูกเขากล่าวโทษอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“เรียกข้า?” พอจินเฟยเหยาเงยหน้าขึ้นมอง จู๋ซวีอู๋กำลังกวักมือเรียกนางอยู่จริงๆ
มีเรื่องอะไรอีกล่ะ…จินเฟยเหยายืนขึ้นอย่างไม่ยินยอม เค้นรอยยิ้มบนใบหน้าออกมาแล้วเดินไปหา
หลังจากนางเดินไปถึงข้างกายของจู๋ซวีอู๋ จู๋ซวีอู๋ก็ชี้ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่รอบด้านพลางเอ่ยว่า “เสี่ยวเหยา ต่อไปคนเหล่านี้คือท่านลุงและท่านอาของเจ้า ยังมีหลายท่านนี้คือท่าน ถ้าไม่มีข้าวกินก็ไปกินข้าวฟรีที่บ้านพวกเขาได้”
“ซวีอู๋ เจ้าพูดอะไรอย่างนั้น กินข้าวฟรีอะไรกัน ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมยังรับประทานอาหารอะไรอีก ข้ามีผลไม้เซียนอยู่บ้าง มาได้ทุกเมื่อนะ แต่อย่าเรียกข้าว่าท่านป้าเลย เรียกข้าว่าเจินเหรินก็พอ” เมี่ยวอวี่เจินเหรินดึงมือของจินเหยาขึ้นพลางเอ่ยอย่างยิ้มแย้ม ถ้าให้คนเรียกตนเองว่าท่านป้า อย่างนั้นตายเสียดีกว่า ศิษย์น้องจู๋น่าชังจริงๆ
“อืม ข้าทราบแล้ว ต่อไปข้าจะไปหาเจินเหรินบ่อยๆ ถึงตอนนั้นเจินเหรินอย่าลืมนำของกินมารับรองข้า ถ้ากินเยอะท่านห้ามไล่ข้าไปนะ” ตอบรับคำเชิญของผู้อื่นไปตามเรื่อง ทำท่าทางของผู้เยาว์ได้อย่างสมบูรณ์
เมี่ยวอวี่เจินเหรินปิดปากหัวเราะ “หากมิใช่เจ้าบรรลุขั้นหลอมรวมแล้ว ข้ายังนึกว่าเจ้าอายุไม่ถึงยี่