จู๋ซวีอู๋เอ่ยโดยไม่คิด
ที่จริงจินเฟยเหยาไม่อยากไป แต่จู๋ซวีอู๋พูดแบบนี้ทั้งยังต้องอาศัยอยู่ในสำนักของผู้อื่น ไม่ไปสักคราคงไม่เหมาะสม “ก็ได้ แต่กินอาหารต่อหน้าเจ้าสำนักตงอวี้หวงจะไม่ค่อยดีกระมัง ข้าอดทนหน่อยดีกว่า”
“คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะรู้จักสถานการณ์ ข้าต้องเปลี่ยนความคิดที่มีต่อเจ้าแล้ว ถ้าเจ้าหิวมาก แอบกินหน่อยก็ได้ ข้ารับผิดชอบเอง” จู๋ซวีอู๋ตบอก เอ่ยอย่างห้าวหาญยิ่ง
เดิมทีระยะทางใกล้แค่นี้ ใช้นกถ่ายทอดเสียงจะเร็วกว่าให้คนมาเชิญเอง แต่เนื่องจากจู๋ซวีอู๋เป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่จึงต้องให้เกียรติ ตำหนักเซียวเทียนจึงส่งศิษย์มา จู๋ซวีอู๋ลากจินเฟยเหยาไปกับศิษย์น้อยขั้นสร้างฐานที่จำไม่ได้คนนี้มาถึงตำหนักเซียวเทียน
สำหรับสำนักตงอวี้หวง จินเฟยเหยามีเพียงความรู้สึกลึกล้ำที่สุดอย่างหนึ่งคือคนเหล่านี้ช่างเกียจคร้านจริงๆ ชื่อของแต่ละตำหนักและชื่อของยอดเขาที่มันตั้งอยู่ล้วนเหมือนกัน ไม่รู้ว่าตั้งชื่อยอดเขาตามชื่อตำหนักหรืออยู่บนยอดเขาใดตำหนักก็ตั้งชื่อตามนั้น ดังนั้นแม้แต่ตำหนักเซียวเทียนที่เจ้าสำนักอยู่ก็ตั้งอยู่บนยอดเขาเซียวเทียนเช่นกัน
ตำหนักเซียวเทียนเรียกได้ว่าใหญ่โตโอ่อ่าแตกต่างจากตำหนักซวีชิงที่มีขนาดเล็กและงดงาม ตั้งแต่เบื้องบนจนถึงเบื้องล่าง บนยอดเขาทั้งลูกมีที่พักของศิษย์อยู่ทุกหนแห่ง ถึงจะไม่ได้เบียดเสียดแต่เปรียบกับยอดเขาซวีชิงที่เดินไปครึ่งชั่วยามก็ยังไม่เห็นถ้ำเซียนสักแห่ง