าตาเป็นประกาย ในใจอดวางแผนการไม่ได้ รอจนอยู่เพียงพอแล้วจะก่อเรื่องขึ้น จากนั้นถูกเจ้าสำนักขับไล่ออกไป ดูสิว่าจู๋ซวีอู๋จะบังคับรั้งตนเองไว้ได้หรือไม่
ครู่หนึ่งทั้งสองคนก็มาถึงด้านหน้ายอดเขาแห่งหนึ่ง มีน้ำตกไหลระหว่างภูเขา และต้นไม้ขึ้นหนาแน่น มีทางเดินศิลาหลายสายอยู่ในนั้น ทางสายน้อยหลายแห่งเป็นทางเดินไม้ระแนงที่สร้างแขวนอยู่บนหน้าผา เพียงใช้รั้วไม้เล็กๆ ที่สูงแค่เอวกั้นไว้ ลานบ้านเล็กๆ ยี่สิบสามสิบหลังแต่ละหลังต่างมีรสนิยมของตนเอง ผสมผสานกันอยู่ท่ามกลางยอดเขา ม่านหมอกคลี่คลุมเป็นทิวทัศน์อันงดงาม
“นี่คือยอดเขาซวีชิง อาคารหลังบนสุดคือตำหนักซวีชิง ต่อไปที่นี่ก็คือบ้านของเจ้า” จู๋ซวีอู๋เอ่ยพลางเหาะไปที่ตำหนักซวีชิง
เนื่องจากคนของตำหนักซวีชิงมีน้อย ต่างคนต่างมีธุระของตนเองจึงไม่มีใครเฝ้าอยู่นอกตำหนัก จู๋ซวีอู๋พาจินเฟยเหยาร่อนลงหน้าตำหนักซวีชิงก็ไม่มีใครออกมาทักทายสักคน
จู๋ซวีอู๋ลากจินเฟยเหยาเข้าไปในตำหนักซวีชิง ใบหน้าก็ชนเข้ากับคงจู๋อู๋
คงจู๋อู๋คิดไม่ถึงว่าอาจารย์จะกลับมาโดยไม่ให้สุ้มให้เสียง เขารีบเข้ามารับหน้า ดวงตากวาดเห็นจู๋ซวีอู๋ฉุดลากจินเฟยเหยา จึงเอ่ยถามโดยไม่คิด “อาจารย์ ท่านกลับมาได้อย่างไร?”
“ทำไม ข้ากลับมาไม่ได้หรือ” คำถามที่คงจู๋อู๋ถามทำให้จู๋ซวีอู๋รู้สึกไม่สบายใจราวกับไม่อยากให้เขากลับมา
“กลับมาต้องดีแน่นอน อาจารย์ สหายเซียนท่านนี้คือ?” คงจู๋อู๋รู้จักนิสัยของอาจารย์ดี ถ้าปร