ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
เขาเสี่ยงชีวิตแก่ๆ หักปลายใบไผ่เล็กๆ ทั้งหมดบนศีรษะลงมาจึงลากจินเฟยเหยาหลบหนีออกมาจากศูนย์กลางระเบิดได้ แต่ยายนี่กลับไม่รู้จักพอ ฝืนลากตนเองแปะยันต์ซ่อนกายติดตามหวาหวั่นซีมา ตอนนี้ยังคิดจะออกไปพบนาง ช่างรำคาญในการมีชีวิตอยู่จริงๆ
จินเฟยเหยาพยักหน้า จากนั้นเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ “พี่จู๋ เหตุใดแม้แต่อักษรคำว่าตายท่านก็เขียนไม่เป็น ปกติต่อให้ฝึกบำเพ็ญตลอดเวลาก็ต้องตั้งใจเล่าเรียนบ้าง ต่อไปข้าจะสอนท่าน อย่างอื่นข้าไม่ไหวแต่อักษรไม่กี่ตัวข้ายังพอรู้”
“เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าข้าจะลากเจ้ากลับสำนักตงอวี้หวงเดี๋ยวนี้ แล้วให้กลุ่มศิษย์หลานของข้าแต่งงานกับเจ้าทันที!” จู๋ซวีอู๋มีโทสะจนควันออกเจ็ดทวาร คิดจะฉุดลากนางไป
“กลุ่ม? ทำไมจำนวนคนจึงเพิ่มขึ้นอีก ข้าไม่ชอบแบบนี้ จะสร้างฮาเร็มหรือ!” จินเฟยเหยาใช้สองมือปิดหน้าอก มองสถานที่ซึ่งจู๋ซวีอู๋นั่งยองๆ อยู่อย่างตกใจ มียันต์ซ่อนกายอยู่จึงมองไม่เห็นสีหน้าของเขา ไม่รู้ว่าตอนนี้จะหยาบโลนและสัปดนเพียงใด คิดไม่ถึงว่าจะบังคับให้ข้าเป็นหนึ่งภรรยาหลายสามี
นางครุ่นคิดแล้วเอ่ยปลอบใจอย่างระมัดระวัง “พี่จู๋ ท่านไม่ต้องกลัว ข้ามีเรื่องจะถามนาง เอาอย่างนี้ ถ้ามีอันตรายท่านก็หนีไปก่อน ข้าจะปกป้องท่านเอง ข้าไม่คิดจะเป็นภาระของท่าน ถึงอย่างไรตอนนี้นางก็เป็นขั้นแปลงจิต เท่ากับเป็นอันตราย”
“กลัวกะผีสิ! ขั้นหลอมรวมช่วงต้นห่วยๆ อย่างเจ้ายังคิดจะปกป้องข้าที่เ