ว่าข้าไม่ใช่โจร!”
กำลังพูดอยู่ ประตูใหญ่ก็ส่งเสียงดัง ผ้าโปร่งสีดำพุ่งชนเข้ามาอย่างป่าเถื่อน ด้านหลังมีหวาซีที่สวมชุดสีดำเช่นเดียวกันตามมาติดๆ
ท่าทางหวาหวั่นซีจะบาดเจ็บสาหัส เข้าประตูมาก็ล้มลงกับพื้น เมื่อเงยหน้าขึ้นมุมปากมีสีแดงโลหิต
“หวั่นซี พวกเราไปเถอะ ไปจากที่นี่ไปยังสถานที่ซึ่งไม่มีคนอื่น อย่าอยู่ที่นี่แย่งชิงกับพวกเขาเลย การป้องกันของคฤหาสน์ต้านทานผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่ยี่สิบคนไม่ได้ อย่าอวดดีอีกต่อไปเลย!” หวาซียื่นมือมาคิดจะลูบหวาหวั่นซี กลับถูกนางผลักออก
หวาหวั่นซีด่าทอหวาซี “ไปในที่ที่ไม่มีใคร ไสหัวไปเลย ข้าไม่อยากเห็นท่านสักนิด!”
“หวั่นซี! เจ้าฟังข้าเถอะ ในโลกนี้มีเพียงข้าที่ดีต่อเจ้า” หวาซีมีสีหน้าขมขื่น คิดจะยื่นมือมาหา กลับกลัวว่าหวาหวั่นซีจะไม่ยินยอม
“ฮ่าๆๆ! ดีต่อข้า?” หวาหวั่นซีหัวเราะอย่างโศกเศร้า ในเสียงหัวเราะมีความเจ็บแค้นผสมอยู่
“หวั่นซี!” หวาซีมีสีหน้าเจ็บปวดคิดจะเดินเข้าไปใกล้ พอถูกหวาหวั่นซีถลึงตาใส่อย่างดุร้ายก็หยุดฝีเท้า
หวาหวั่นซียืนขึ้นอย่างโซเซ ยิ้มอย่างดูแคลน “ท่านดีต่อข้า? เพียงเพราะข้าหน้าตาเหมือนท่านแม่ของท่าน ดังนั้นท่านจึงดีต่อข้า ข้าจะบอกท่านให้ ข้าไม่ใช่นาง! ข้าทนท่านมามากพอแล้ว ทนคฤหาสน์กุ่ยเม่ยมามากพอแล้ว!”
“หวั่นซี เจ้าก็คือนาง ไม่ใช่เหมือน แต่เดิมทีเจ้าก็คือนาง!” หวาซีมีสีหน้าซีดขาวตะโกนดังลั่น
“ฮึ!” หวาหวั่นซีส่งเสียงขึ้นจมูกอย่างเย็น