ยเป็นอย่างไร”
“ไม่ยุ่งยาก ไม่ยุ่งยาก จะกล้าให้ผู้อาวุโสติดตามอยู่ด้านหลังได้อย่างไร เชิญผู้อาวุโสมาด้านหน้าเถอะ” หลี่เจิ้งรีบเอ่ย
“ไม่ต้องหรอก ข้าติดตามอยู่ด้านหลังก็พอ ถ้าข้าไปด้านหน้าพวกเจ้าจะตามทันได้อย่างไร พวกเจ้าไปของพวกเจ้า ไม่ต้องสนใจข้า” จินเฟยเหยาปฏิเสธอย่างชืดชา ตนเองไม่ใช่อาจารย์ของพวกเขาจะไปแสดงตัวข้างหน้าทำไม
หลี่เจิ้งไม่ยินยอมแต่ก็จนหนทางได้แต่ถอยกลับไปด้านหน้าบอกเล่าเรื่องที่สอบถามมาได้กับทุกคน พอทุกคนได้ฟังว่าเป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมที่ไปคฤหาสน์กุ่ยเม่ยเช่นกันก็วางใจ มีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมร่วมทางด้วยก็ดี เข้าเขตของคฤหาสน์กุ่ยเม่ยมีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมค่อยปลอดภัยหน่อย
จินเฟยเหยาเหาะตามพวกเขามาสิบกว่าวันมาถึงสถานที่อันคุ้นเคย คฤหาสน์กุ่ยเม่ยถูกการป้องกันซ่อนไว้ในเทือกเขา
แตกต่างจากครั้งที่แล้วที่นางมาคนเดียว ครั้งนี้ไม่ต้องไปค้นหาทางเข้า เนื่องจากกำลังมีผู้บำเพ็ญเซียนจำนวนไม่น้อยเร่งรุดมาที่นี่ทีละคน กวาดตาดูตามสบายก็เห็นผู้บำเพ็ญเซียนหายไปในการป้องกัน
“เป็นศิษย์ทรยศเช่นไร แม้แต่ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่ก็มา เหตุการณ์ใหญ่โต” จินเฟยเหยาเพิ่งเห็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่คนหนึ่งกลายร่างเป็นแสงสีเขียวผ่านเหนือศีรษะของนางไป ขนาดคนยังเห็นไม่ชัดว่าหน้าตาเป็นอย่างไรก็เข้าไปในการป้องกันของคฤหาสน์กุ่ยเม่ยแล้ว
จินเฟยเหยาติดตามผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานหลายส