ิบคนบินเข้าไปในการป้องกันของคฤหาสน์กุ่ยเม่ยด้วย
เบื้องหน้าพร่าพรายดังเดิม จากนั้นคฤหาสน์กุ่ยเม่ยที่คุ้นตาก็ปรากฏขึ้น ทว่าสภาพด้านข้างกลับทำให้จินเฟยเหยาตกตะลึงอย่างยิ่ง กลางอากาศมีผู้บำเพ็ญเซียนจำนวนห้าหกร้อยคนบินอย่างหนาแน่น ด้านบนสุดคือผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่ ตรงกลางคือผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวม ที่บินอยู่ต่ำสุดหรืออยู่บนพื้นโดยตรงคือผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐาน
คนธรรมดาในเมืองด้านล่างของคฤหาสน์กุ่ยเม่ยล้วนถูกขับออกไปนอกเมืองไกลๆ พวกเขารวมตัวอยู่ด้วยกันอย่างตื่นตระหนกไม่เข้าใจว่าผู้บำเพ็ญเซียนมากมายคิดจะทำอะไร ผู้ใหญ่ยังทนเหตุการณ์เช่นนี้ได้ เด็กกลับหวาดกลัวจนร้องไห้งอแง เด็กที่โตหน่อยถูกผู้อาวุโสของครอบครัวตนเองข่มขู่ให้รีบหุบปาก ทว่าเด็กน้อยที่ยังเล็กไม่รู้ความไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ยังแหกปากร้องไห้งอแงไม่หยุด ทำให้ท่านแม่ของพวกเขาร้อนใจจนต้องรีบปลอบประโลมอย่างลนลาน
เทียบกับความวุ่นวายของคนธรรมดา ภายในคฤหาสน์กุ่ยเม่ยเงียบกริบไม่มีความเคลื่อนไหวเลยสักนิด
“เรื่องใหญ่โตเพียงใดจึงต้องตื่นตระหนกจนสับสนวุ่นวาย” จินเฟยเหยากินถังหูลูที่ซื้อในเมืองไท่ผิงและเอ่ยด้วยอารมณ์ดูเรื่องสนุก
ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานเหล่านั้นหลังเข้าการป้องกันของคฤหาสน์กุ่ยเม่ยต่างไปหาอาจารย์ลุงอาจารย์อาของตนเอง มีเพียงจินเฟยเหยาคนเดียวที่หามุมว่างๆ นั่งอยู่บนพรมบินอย่างสงบ
บอกว่าล้อมปราบ ทว่าจินเฟยเหยากินถังหู