จินเฟยเหยาและกบสองตัวเลียนิ้ว กินอาหารในกล่องอาหารสิบชั้นจนหมด ในขณะที่ทุกคนรู้สึกว่านางกินพอแล้ว นางก็ค้นในถุงเฉียนคุนบนเอวหอบอาหารแห้งที่ทำเองกองหนึ่งออกมา เซาปิ่งเนื้อสัตว์ปิศาจกว้างสามฉื่อ เห็นจินเฟยเหยาอุ้มเซาปิ่งหนาสี่นิ้วขนาดใหญ่ราวกับโล่แล้วกัดกินกร้วมๆ
“นี่มันเรื่องอะไรกัน! เหตุใดปิศาจเฒ่าหวาหนานจื้อยังไม่มา จะให้พวกเรารอจนถึงเมื่อใด!” อากาศที่ร้อนระอุและเจ้าตัวกินเก่งทางด้านข้างทำให้จิตใจหงุดหงิด ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมที่กักขฬะคนหนึ่งคำรามขึ้นอย่างไม่พอใจ
นอกจากจินเฟยเหยาทุกคนล้วนมีอารมณ์แบบเดียวกัน เพียงแต่เพื่อความสามารถในการควบคุมตนเองและอุปนิสัยของเซียน พวกเขาจึงไม่เอ่ยปากและสงบจิตใจรอคอยด้วยท่าทางลึกล้ำสุดจะหยั่ง
เห็นไม่มีคนเอ่ยรับ ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมคนนี้จึงเอ่ยอย่างเดือดดาลอีกหลายประโยค จากนั้นบินร่อนลงพื้นค้นหาสถานที่ร่มเย็นนั่ง
“เจ้าหมอนี่โชคร้ายจริงๆ ไม่มีใครสนใจเขาเลย เขาต้องตะกละอยากกินแล้วในตัวไม่ได้พกของกินไว้ ดังนั้นจึงหงุดหงิดมีโทสะ” จินเฟยเหยากัดเซาปิ่งคำโตแล้วเอ่ยกับพั่งจื่อและต้านิว
“อ๊บๆ” พวกมันสองตัวกำลังโอบเซาปิ่งแทะกินตัวละชิ้น ได้ยินคำพูดของนางก็พร้อมใจกันตอบรับว่าเห็นด้วย
ที่จริงจินเฟยเหยาก็คิดจะหาคนผู้หนึ่งมาสอบถามเรื่องราว ทว่าผู้บำเพ็ญเซียนที่มีพลังบำเพ็ญเพียรสูงส่งแต่ละคนล้วนมีสีหน้าเคร่งเครียดและท่าทางหนักใจจึงหาโอกาสเอ่ยปากไม่ได้