ิมาณน้อยมาก จึงไม่กลัวว่าวิ่งไปไกลจนพบเข้า
ต่อมา โดยพื้นฐานแล้วสองสามวันจินเฟยเหยาจึงกลับไปที่เกาะลอยได้ครั้งหนึ่ง กลับมาก็เทตานสัตว์ปิศาจห่อใหญ่ออกมาแลกเปลี่ยนกับอาหารพร้อมทานแล้วจึงสะบัดก้นจากไป
เนื่องจากยุ่งมาก นางจึงไม่ได้ครุ่นคิดว่าอาหารที่สุกแล้วเหล่านี้ผู้ใดเป็นคนทำ จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่จินเฟยเหยากลับมาถึงเกาะลอยได้เห็นมารดำกำลังใช้เพลิงแท้สีดำสนิทย่างเนื้อ นางจึงเข้าใจว่าเพราะเหตุใดเนื้อเหล่านั้นจึงรสชาติแย่นัก ฝีมือทำอาหารเทียบนางไม่ได้ ยังกล้าย่างให้คนอื่นกินอีก
วันเวลาผ่านไปราวกับติดปีก ในบริเวณฮุ่นตุ้นที่ไม่มีกลางวันและกลางคืน จินเฟยเหยาจำไม่ได้ว่าตนเองอยู่มานานเพียงใดแล้ว
เมื่อจอมมารหลงเก็บร่างแยกมารดำกลับคืนและเปิดประตูกระท่อม จินเฟยเหยาแทบจะร่ำไห้ด้วยความปีติยินดี
“ท่านปู่มันเถอะ ในที่สุดข้าก็สามารถหลุดพ้นวันเวลาที่มืดมิดไร้แสงตะวันได้ วันหน้าถ้าข้าไปโลกเผ่ามารอีก ข้าจะตบบ้องหูตนเอง ถึงตายก็ไม่ไป คนเผ่ามารน่าชังเกินไปจริงๆ” จินเฟยเหยาที่โทรมไปทั้งตัวมีสีหน้ายินดีอย่างอดไม่อยู่
นางออกไปล่ามังกรตลอดเวลา ชุดอาคมชั้นยอดสามชุดและชุดอาคมที่ปู้จื้อโหยวมอบให้ชุดนั้นล้วนสวมใส่จนขาดวิ่น ถ้านางไม่ได้หาเวลาว่างมาใช้เพลิงแท้หลอมซ่อมแซมเกรงว่าเสื้อผ้าคงขาดจนก้นถูกลมพัดแล้ว
เทียบกับจอมมารหลงที่ปิดด่านกักตนรักษาบาดแผลอยู่ตลอดเวลา สีหน้าเขามีเลือดฝาด จิตใจปลอดโปร่ง เสื้อคลุมสีดำให