มือและปากไม่ว่าง กินเซาปิ่งต่ออย่างเงียบๆ ในที่สุด มารดำก็เอ่ยปาก “ห้ามเจ้ากินอาหารต่อหน้าข้าอีก ดูแล้วขยะแขยง”
“ขยะแขยง?” จินเฟยเหยามองเซาปิ่งในมืออย่างไม่เข้าใจ ผิวนอกสีเหลืองๆ ด้านในห่อไส้เนื้อสัตว์ปิศาจ และยังใช้เพลิงแท้เผาจนมีกลิ่นหอมเตะจมูกจะน่าขยะแขยงได้อย่างไร?
“ผู้อาวุโส จมูกท่านมีปัญหาใช่หรือไม่ ถึงดมกลิ่นหอมเป็นกลิ่นเหม็น ดมกลิ่นเหม็นกลับเป็นกลิ่นหอม? ถ้าเป็นเช่นนี้ นั่นคืออาการป่วย ต้องรีบรักษา” จินเฟยเหยาบอกจอมมารหลงด้วยสีหน้าห่วงใย
มารดำลุกขึ้นกะทันหัน พริบตาในมือพลันปรากฏหอกวิญญาณมารดำชี้ไปที่ปลายจมูกของจินเฟยเหยา
“ไม่…ไม่ใช่อาการป่วยก็ดี ผู้อาวุโสต้องกินเจแน่ๆ” จินเฟยเหยาจ้องมองปลายหอกที่อยู่ด้านล่างหนังตา คิดจะกลืนน้ำลาย น่าเสียดายที่เซาปิ่งแห้งเกินไป พอกลืนเซาปิ่งที่ยังเคี้ยวไม่ละเอียดลงไปก็ติดอยู่ในคอ
ไม่สนใจปลายหอกของหอกวิญญาณมารดำ นางโบกไม้โบกมือให้มารดำ จากนั้นทุบหน้าอกอย่างแรง แล้วรีบยกกาน้ำชาขึ้น โยนฝากาทิ้งแล้วกรอกน้ำชาใส่ปาก
เซาปิ่งจึงลงคอไปอย่างยากลำบาก จินเฟยเหยายื่นมือไปหยิบเซาปิ่งอีกชิ้น กินพลางเอ่ยกับมารดำ “ผู้อาวุโส ท่านฟังข้าอธิบายก่อน ไม่ใช่ข้าอยากกินอาหารให้มีผลกระทบต่อท่าน ในท้องของข้ามีบางอย่าง บางอย่างนั้นข้าเอาออกมาไม่ได้ ตั้งแต่วันที่ข้าเจี๋ยตันเป็นต้นมา ข้าก็รู้สึกหิวเป็นพิเศษ ไม่กินอาหารก็หิวจนทรมาน ถ้าท่านไม่ให้ข้ากิน ถ้าหิวจนตาแดงก่ำข้าอา