จจะกินคนได้”
คิดถึงตรงนี้ จินเฟยเหยาก็จำได้ ต่อให้ตนเองคิดจะกินคนก็กัดจอมมารหลงไม่ได้ ดังนั้นจึงเปลี่ยนวิธีพูด “ผู้อาวุโสมีพลังการบำเพ็ญเพียรลึกล้ำ ข้าย่อมกินไม่ได้ ทว่าข้ายังมีกบสองตัว ท่านดูท้องพวกมันสิ ใหญ่ขนาดนี้ ถ้าข้าเสียกิริยาไปกัดพวกมัน พวกไส้และอะไรต่อมิอะไรจะร่วงลงบนเกาะลอยได้ ส่งผลกระทบต่อความอยากอาหารของท่านอย่างยิ่ง ท่านดูตัวพั่งจื่อสิ กระเพาะใหญ่เพียงใด ลำไส้จะหยาบเพียงไหน ถ้าอวัยวะภายในร่วงลงมา เกาะลอยได้แห่งนี้มิต้อง…”
“ไสหัวไปไกลๆ หน่อย! ห้ามเข้าใกล้ข้าภายในรัศมีสิบจั้ง” มารดำพลันด่าทอเสียงเกรี้ยว
“อ้อ” จินเฟยเหยาลุกขึ้น หอบเซาปิ่งอย่างซึมเซาและเริ่มคำนวณว่าสิบจั้งไกลเพียงใด
หลังจากคำนวณได้สิบจั้ง จินเฟยเหยาพลันจำเรื่องหนึ่งได้ จึงตะโกนบอกมารดำดังลั่น “ผู้อาวุโส เมื่อครู่ข้าบอกว่าในท้องมีอะไรบางอย่าง ท่านอย่าเข้าใจผิดนะ ไม่ใช่ตั้งครรภ์ ในท้องมีสัตว์ปิศาจที่แปลกประหลาด”
สิ้นเสียงนาง ก็เห็นมารดำสะบัดหอกมาร อ่าง กระบวย ชาม หม้อ เนื้อและเตาผุๆ ของจินเฟยเหยาทั้งหมดถูกกวาดขึ้นลอยออกไปสิบจั้ง กระแทกพื้นเสียงดังเคร้งๆ
“ถ้าเจ้ากล้าเดินเข้ามาใกล้ ที่นี่คือที่ตายของเจ้า!” เจตนาสังหารของมารดำไร้ขอบเขต เอ่ยเสียงเย็นชา ‘เชอะ ใครอยากจะเข้าใกล้เจ้า’ จินเฟยเหยาแอบด่าทอในใจ เริ่มเก็บกวาดสิ่งของที่ร่วงพื้น
จินเฟยเหยาคิดไปคิดมา จอมมารหลงบอกว่าขยะแขยง น่าจะเป็นเพราะตนเองกินมากเกินไป ดั