งนั้นจึงดูแล้วน่าขยะแขยง แต่นางก็ไม่ได้อยากกินมากขนาดนี้ เมื่อก่อนที่กินเยอะ นั่นเป็นเพราะกระเพาะมีความจุมาก ทั้งยังสามารถทำให้ร่างกายแข็งแกร่งและแข็งแรง ไม่มีอะไรไม่ดี
ทว่าหลังจากเข้าสู่ขั้นหลอมรวม จินเฟยเหยาก็รู้สึกแปลกๆ เมื่อก่อนไม่กินก็ไม่หิว ตอนนี้ไม่กินก็จะหิว อาหารที่กินลงท้องราวกับถูกตัวอะไรบางอย่างสูบเอาไป ไม่รู้สึกว่าได้กินอาหารเลยสักนิด
โชคดีที่ความรู้สึกหิวโหยไม่รุนแรงมาก เพียงมีความปรารถนาอยากจะกินอาหาร ถ้าความหิวโหยเหมือนตอนเด็กๆ ที่คุกเข่าในศาลบรรพชนและห้ามกินข้าวสามสี่วัน จินเฟยเหยาไม่กล้ารับประกันว่าตนเองจะไม่กินคน
นางมั่นใจอย่างยิ่ง ที่ตนเองมีความรู้สึกเช่นนี้ต้องเป็นการกระทำของสัตว์ตัวเล็กๆ น่าขยะแขยงในห้วงการรับรู้แน่ เจ้าตัวนี้เข้ามาเมื่อใดกันแน่ ไม่รู้ว่าจะสามารถเอามามันออกมาได้หรือไม่
เดิมทีจินเฟยเหยาคิดจะขอคำชี้แนะจากจอมมารหลง ทว่าผู้อื่นปิดด่านกักตนรักษาอาการบาดเจ็บตลอดเวลา เคาะประตูก็ไม่สนใจ นางจึงหาโอกาสไม่ได้มาตลอด จินเฟยเหยานึกว่ามารดำเป็นเพียงภูติธรรมดา ดังนั้นจึงรอคอยมาตลอด คิดจะขอคำแนะนำจากจอมมารหลงตอนได้ตานสัตว์ปิศาจแล้วอารมณ์ดี
เอาเถอะ ตอนนี้กินเซาปิ่งก็ล่วงเกินเขาแล้ว ทั้งยังห้ามเข้าใกล้ภายในสิบจั้ง ประจบไม่ได้เสียแล้ว ดูท่ามีเพียงได้ตานสัตว์ปิศาจจึงทำให้เขารู้สึกยินดีและสอบถามได้ง่ายๆ ไม่เช่นนั้นไม่แน่ว่าเจ้าหมอนี่จงใจจัดการข้า บอกว่าถูกล่วงเกินแ