างแรงและเขย่าไม่หยุด
พั่งจื่อยื่นขาหน้าออกมา ชี้ไปที่มารดำและต้านิว ส่งเสียงกบแหบๆ เป็นการประท้วง จินเฟยเหยาไม่สนใจมากความ บีบคอของมันต่อและเอ่ยอย่างดุร้าย “ต้านิวขโมยกินต้องเป็นเจ้าสอนให้เสียกบแน่ ทั้งหมดนี้คิดบัญชีกับเจ้า!”
พั่งจื่อเข้าใจทันที กลายเป็นว่ามารดำดุร้ายเกินไป นางไม่กล้าไปหาเรื่อง นางหักใจลงมือกับต้านิวไม่ได้ จึงคิดบัญชีผลอายุยืนสีแดงสี่ผลลงบนตัวมัน
พั่งจื่อพยายามสะบัดมือและดิ้นรนให้หลุด ปากร่ำร้องอย่างขุ่นเคือง พุ่งเข้าต่อสู้กับจินเฟยเหยา
พวกนางสองคนต่อสู้กันจนสับสนอลหม่าน ทั้งต่อสู้ทั้งส่งเสียงเอะอะ อาละวาดจนแยกจากกันไม่ออก
“ทั้งหมดหยุดมือ เอะอะแทบตายแล้ว!” ในขณะที่พวกนางสองคนสู้กันอย่างดุเดือด ประตูกระท่อมก็ถูกเปิดอีกครั้ง จอมมารหลงยืนอยู่ตรงประตูด้วยสีหน้าเยียบเย็น
ในเวลานี้จินเฟยเหยาและพั่งจื่อที่กำลังบีบคอของอีกฝ่ายมองมาทางจอมมารหลงโดยพร้อมเพรียง ถึงแม้จะหยุด ทว่าก็ไม่มีใครกล้าปล่อยมือยังแอบออกแรงอยู่ดังเดิม
เห็นพวกนางสองคนยังสู้กันอีก จอมมารหลงก็สะบัดแขนเสื้อยาวคราหนึ่ง ลมราตรีพัดมาทำให้มือที่บีบลำคอของทั้งสองคนคลายออก จากนั้นเขาจึงเอ่ยอย่างเย็นชา “เจ้าเป็นเด็กหรือ? คิดไม่ถึงว่าจะต่อสู้กับสัตว์ภูติด้วยเรื่องอาหาร”
ดวงตาของจินเฟยเหยาเหล่ไปด้านข้าง แล้วเอ่ยตำหนิในใจอย่างไม่พอใจ ‘เกี่ยวอะไรกับท่านด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะท่าน ข้าคงไม่ต้องสู้กับพั่งจื่อ’
“เงียบหน่อย มารด