้นเอ่ยถามอย่างลังเล “ใต้เท้าหลง ถ้าดินแดนของพวกเราในโลกระดับเทพหดเล็กลงจะทำอย่างไร? หากครั้งนี้รักษาภูเขาเสี่ยวม่ายไว้ไม่ได้ พวกเราอาจจะสูญเสียผลประโยชน์อย่างหนัก”
“หงอยากไปโลกระดับเทพมาตลอดมิใช่หรือ เร็วๆ นี้กำลังเตรียมทะลวงขั้นแปลงจิต หลายวันนี้ข้าต้องไปคุ้มครองเขา หลังบรรลุขั้นแปลงจิตก็ให้เขาไปโลกระดับเทพแล้วกัน ส่งขั้นกำเนิดใหม่สิบกว่าคนไป มิสู้ให้ขั้นแปลงจิตคนหนึ่งไปจะมีประโยชน์กว่า เจ้าพวกนั้นร้อนใจจนกลายเป็นแบบนี้เลย? คิดไม่ถึงว่าจะให้ข้าส่งขั้นหลอมรวมไป ส่งไปให้เผ่ามนุษย์ซ้อมมือหรือ!”
ยามนี้อารมณ์ของใต้เท้าหลงยังไม่เลว คิดไม่ถึงว่าจะส่งเสียงเยาะเย้ยพวกตาเฒ่าแห่งโลกระดับเทพ
“หากใต้เท้าหงยินยอมไป เช่นนั้นก็ดียิ่ง” ใบหน้าของทุกคนผ่อนคลายลง พร้อมใจกันส่งเสียงตอบรับ หารือเรื่องงานเสร็จสิ้นชนชั้นสูงทุกคนต่างล่าถอยออกจากลานประชุม
เผ่ามารสองสามคนเดินเกาะกลุ่มพลางพูดคุย “เจ้าพบเห็นหรือไม่ ในช่วงเวลาสั้นๆ เหมือนใต้เท้าหลงจะมีโทสะบ่อยครั้ง แต่ก็ไม่มีเรื่องใดยั่วโทสะเขานี่นา”
“ได้ยินว่าใต้เท้าหลงเลี้ยงสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง ไม่เชื่อฟังอย่างยิ่ง ยั่วโทสะเขาบ่อยๆ”
“ไม่จริงน่า เลี้ยงอีกแล้ว?”
“ใช่ ได้ยินว่ายุ่งยากกว่าเผ่ามนุษย์หนึ่งพันคนเมื่อครั้งที่แล้ว ทั้งยังมีความสัมพันธ์กับใต้เท้าไหวด้วย บุตรชายของนางไปขอคืนหลายครั้งก็ยังไม่ได้มา”
“เหตุใดใต้เท้าหลงจึงชอบกักขังเผ่ามนุษย์ จากนั้นทรมานพวกเ