กับมีคนเฝ้าอยู่ด้านข้างโดยเฉพาะ ขอเพียงพั่งจื่อดิ้นหลุดก็ใช้สายฟ้าผ่านาง
นางเคยสงสัยจอมมารหลง แต่จอมมารหลงดูแล้วไม่ใช่คนดีที่รักถนอมสัตว์ภูติ จะเฝ้าอยู่ด้านข้างตลอดเพื่อไม่ให้สายฟ้าผ่าโดนพั่งจื่อได้อย่างไร คิดไปคิดมา นางได้แต่เดาว่าพั่งจื่อโชคดีเกินไป ขนาดสายฟ้ายังไม่อยากผ่ามันเลย
ตามวันเวลาที่ล่วงเลย จินเฟยเหยาไม่ทรมานอีก ใช้ชีวิตอย่างกินอิ่มนอนหลับอยู่ในกระโจมตลอด แต่ละวันจะหาเวลาว่างมานั่งฝึกบำเพ็ญ และยังหาเวลาว่างมาหลอมยาปีกสวรรค์ให้นกปีกสวรรค์ทุกสองสามวัน เวลาส่วนใหญ่นอกนั้นคือนอนหลับอยู่ข้างเตาผิง
สัตว์ปิศาจในทะเลยังมากมายดังเดิม แต่นางติดตั้งวงเวทวิญญาณสิบสองปิศาจไว้นอกกระโจม พอมีสัตว์ปิศาจมาก่อกวน นางก็ข่มขู่พั่งจื่อให้ออกไปรับศึก ถ้าพั่งจื่อไม่ยอมไปจินเฟยเหยาจะส่งมอบพั่งจื่อไปทำเป็นหมอนอิง ทำให้ตัวเกียจคร้านอย่างพั่งจื่อไม่มีทางแอบอู้ บางครั้งบางคราวยังออกไปสู้แบบถวายหัว
สำหรับจินเฟยเหยาที่ไม่ทำอะไรและใช้ชีวิตไปวันๆ เวลาสามเดือนพริบตาก็ผ่านพ้น หลังฤดูใบไม้ร่วงในเจตจำนงหกเหลี่ยมผ่านไป ฤดูหนาวก็ตามมา
ในที่สุดพายุฝนที่ตกมาสามเดือนก็หยุดลง ดวงอาทิตย์ยังไม่เผยโฉม กลางท้องฟ้าสีเทาขมุกขมัวก็มีเกล็ดหิมะขนห่าน[1]ล่องลอย
หนาว หนาวจริงๆ ชั่วเวลาสามวัน ทะเลอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตก็ถูกแช่แข็งเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ ทุบลงไปสามสิบจั้งยังไม่เห็นน้ำที่เป็นของเหลวสักนิด พั่งจื่อและต้านิวทอดทิ