้า นอกจากเปียกไปทั่วร่างแล้ว นางกลับไม่รู้สึกว่าลมพายุพัดจนลำบากเกินไปนัก
เมื่อนางวนรอบหนึ่งก็กลับมาที่เสาศิลาต้นนี้อีกครั้ง จินเฟยเหยารู้ชัดเจน บนทะเลแห่งนี้นอกจากที่นี่ก็ไม่มีสถานที่ให้หยั่งเท้าอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะไปอย่างไร สุดท้ายก็จะกลับมาที่นี่ เสาศิลาต้นนี้น่าจะเป็นศูนย์กลางของเจตจำนงหกเหลี่ยม ส่วนน่านน้ำทะเลที่มองไปไร้ขอบเขต ส่วนมากกลับเป็นภาพมายา มีเพียงคลื่นทะเลและลมพายุเบื้องหน้าที่กระทบบนร่างจึงเป็นของจริง
จินเฟยเหยาไม่มีทางเลือกได้แต่หยุดอยู่บนเสาศิลาต้นนี้ เพียงแต่บนนั้นไม่มีสถานที่บังลมกันฝนใดๆ นางได้แต่นั่งหันหลังให้ลมอยู่ด้านหลังพั่งจื่อ รอให้พายุฝนผ่านไป
หนึ่งวัน สองวัน สามวัน…
การรอครั้งนี้กินเวลาเจ็ดแปดวัน พายุฝนนอกจากเบาลงเป็นบางครั้ง ก็ไม่ได้หยุดลงมาตลอด ท้องนภายังเป็นผืนสีดำหนาทึบ สายฟ้าราวกับมังกรยักษ์ที่ผ่าลงมาไม่หยุดและไม่รังเกียจว่าเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด
จินเฟยเหยาโยนยาปีกสวรรค์เม็ดหนึ่งใส่กรงนกปีกสวรรค์ในอ้อมอก น่าอิจฉานกปีกสวรรค์ตัวนี้ ในกรงนกน้ำไฟไม่กล้ำกราย ภายนอกมีพายุฝนหนักหนาปานใด กลับพัดเข้าไปไม่ได้เลยสักนิด ทำให้นางอยากจะเข้าไปอยู่ในนั้นอย่างยิ่ง
ภายในเจตจำนงหกเหลี่ยมทั้งหมด นอกจากกรงนกนี้ ยังมีอีกแห่งหนึ่งที่สามารถต้านทานพายุฝนได้ นั่นก็คืออ่างมายาจิ่งเทียน ที่น่าเสียดายคือ วันที่สองที่จินเฟยเหยาคิดจะเข้าไปในอ่างมายาจิ่งเทียน แต่นางกลับพบว่าเข้าไปใน