ว่าเป็นอาหารเลิศหรูอะไรคือหัวสุกรที่สองตาเบิกกว้าง ยามนี้ยังมีสาวน้อยเผ่ามารยกตะขาบร่างยักษ์ที่ขดเป็นวงเหมือนหอสูงมา เปลือกภายนอกถูกต้มจนเป็นสีขาวอมชมพู ทว่ากลับไม่ทำให้จินเฟยเหยารู้สึกอยากอาหารเลยสักนิด
น้ำแกง…น้ำแกงคงไม่ใช่ลูกนัยน์ตาอะไรต้มหรอกนะ จินเฟยเหยาวางตะเกียบลง หยิบช้อนขึ้นตักน้ำแกงข้นสีขาวน้ำนมบนโต๊ะ ในน้ำแกงไม่มีลูกนัยน์ตา ทว่าเป็นสิ่งของที่เป็นเส้นยาวๆ นุ่มๆ ด้านบนยาว ด้านท้ายยังห้อยไข่สองใบ เหตุใดจึงคุ้นตานิดๆ เหมือนอะไรบางอย่าง เพียงแต่ปริมาณดูเหมือนจะใหญ่กว่าหลายเท่า
ทันใดนั้น นางก็รู้ทันที มือที่ถือช้อนชะงักงัน
น้ำแกงตัวเดียวอันเดียว! นี่ต้องไม่ใช่ตัวเดียวอันเดียวของคนแน่ ของคนไม่น่าจะใหญ่ขนาดนี้ หรือว่าเป็นของคนเผ่ามาร? ไม่น่าจะใช่นะ ใหญ่ขนาดนี้ยังพอว่า เพียงแต่น้ำแกงตัวเดียวอันเดียวไม่สมควรจะหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ หรือ? มีที่ไหนเอาลงไปต้มทั้งดุ้นบ้าง แล้วจะให้คนกินอย่างไร…อยากจะเห็นพ่อครัวฉลาดน้อยคนนี้จริงๆ ว่ามีหน้าตาเป็นอย่างไร จินเฟยเหยายกช้อน ด่าทอพ่อครัวอย่างประหลาดใจอยู่บ้าง
“นิ่งอึ้งทำไม? พวกนี้ล้วนเป็นของดีทั้งสิ้น รีบกินเถอะ” ในยามนี้ ปู้จื้อโหยวถือด้วงสีดำตัวหนึ่ง ใช้ศอกถองนางพลางเอ่ยถามอย่างสงสัย
จินเฟยเหยาได้สติคืนมาจึงยื่นศีรษะไปมองบนโต๊ะของคนอื่นๆ และปู้จื้อโหยว อาหารเหมือนบนโต๊ะของตนเองอย่างไรอย่างนั้น ไม่ได้จงใจแกล้งตนเอง สุดท้ายนางก็เลื่อนสายตาไปมองใต