ได้
“ถ้ารู้แต่แรกว่าเขาเป็นท่านลุงของเจ้า ข้าคงไปซ่อนแล้วรอพบเขาเป็นการส่วนตัว มีเผ่ามารมากมายขนาดนี้อยู่ ต่อให้เขาติดหนี้น้ำใจข้าก็ยังรู้สึกอับอายขายหน้า” จินเฟยเหยาเอ่ยกับปู้จื้อโหยวต่อไป ส่วนจอมมารหลงเดินมายังที่นั่งของนางแล้ว
“รู้แล้ว ทางที่ดีเจ้าพูดน้อยๆ หน่อย ทำไปตามสถานการณ์!” ปู้จื้อโหยวแอบกำชับนาง
ยามนี้จอมมารหลงเดินมาด้วยสีหน้าเย็นชา หลังจากเห็นจินเฟยเหยาที่แอบโผล่ศีรษะออกมาราวกับลูกไก่หดตัวอยู่ตรงนั้น ม่านตาเขาพลันหดเล็กทันที เขาไม่ได้หยุดลงทว่าเดินตรงไปยังที่นั่งว่างด้านซ้ายของใต้เท้าไหว
คิดไม่ถึงว่าจะเดินผ่านไปแบบนี้ ทุกคนรู้สึกเหนือความคาดหมาย ทว่าไม่มีใครกล้าไปยั่วโทสะเขา เรื่องของยุงตัวเล็กๆ อย่างจินเฟยเหยาก็ไม่มีใครเอ่ยถึงอีก
ปู้จื้อโหยวประหลาดใจอยู่บ้าง แอบถ่ายทอดเสียงคุยกับจินเฟยเหยา “เจ้าดวงดีจริงๆ เขาไม่อยากฆ่าเจ้า”
“อะไรนะ เขาจำข้าได้ ดังนั้นจึงจงใจไม่สนใจข้า รออีกสักพักตอนไม่มีคนนอกต้องให้พื้นที่มิติแก่ข้าแน่” ยามนี้จินเฟยเหยามีความกล้าขึ้นมา นั่งตัวตรงกระพริบตาให้ปู้จื้อโหยว
ส่วนพั่งจื่อที่นั่งอยู่บนตักจินเฟยเหยาก็นอนหงายท้องอยู่ในสภาพแกล้งตาย
“ปู้ รีบมาพบท่านลุงของเจ้า” ยามนี้ ใต้เท้าไหวกวักมือเรียกปู้จื้อโหยวอย่างยินดี
ปู้จื้อโหยวเดินไปเบื้องหน้า คารวะท่านลุงที่เพิ่งพบหน้าเป็นครั้งแรก หลงเพียงแต่พยักหน้าให้นิดๆ จากนั้นพลิกมือ ไข่มุกขนาดเท่านัยน์ตามังกรเม็ด