างอย่างกับสาวน้อยผมทองอย่างตื่นเต้น นอกจากประโยคใต้เท้าอาปู้แล้วจินเฟยเหยาก็ฟังประโยคอื่นๆ ไม่เข้าใจสักนิด
จินเฟยเฟยเหยาคิดไม่ถึงว่าปู้จื้อโหยวจะได้รับความนิยมขนาดนี้ สาวน้อยเผ่ามารแต่ละคนจิตใจปั่นป่วนเพราะความรัก ตื่นเต้นเป็นที่สุด
“เจ้า…” คิดไม่ถึงว่าจะลืมถามว่านางชื่ออะไร จินเฟยเหยาได้แต่แตะต้นแขนสาวน้อยผมทองที่แนบหน้าอยู่ตรงช่องประตูซึ่งกำลังแนะนำหญ้าวิญญาณจนน้ำลายกระเซ็นเบาๆ “พวกเราไปหาใต้เท้าอาปู้ได้แล้วหรือไม่? ไม่อาจให้เจ้าบ้านรอนาน”
“อา! แขกผู้มีเกียรติเหน็ดเหนื่อยแล้ว คิดจะพักผ่อนสักครู่ ทางนี้ๆ ข้างสระบัวทองทางด้านนี้มีสถานที่ให้นั่งได้” สาวน้อยผมทองเกิดรู้แจ้ง พูดไปคนละทางกับจินเฟยเหยา พานางเดินไปข้างสระบัวทอง
“ที่ข้าพูดคือใต้เท้าอาปู้ อาปู้! ไม่ใช่พักผ่อน” จินเฟยเหยาร้อนใจ นี่จงใจฟังไม่รู้เรื่องใช่หรือไม่?
สาวน้อยผมสีทองยักไหล่ ใช้ภาษามนุษย์อันแข็งทื่อเอ่ยว่า “อาปู้? พักผ่อน ฟังไม่รู้เรื่อง พักผ่อน พักผ่อนสักครู่ ไม่ต้องรีบร้อน”
“ท่านยายมันเถอะ ตอนแนะนำหญ้าวิญญาณเมื่อครู่เจ้ายังพูดอย่างคล่องแคล่ว ตอนนี้ทำไมแม้แต่คำว่าใต้เท้าอาปู้ก็ฟังไม่เข้าใจ” จินเฟยเหยาเอ่ยอย่างอารมณ์ไม่ดี ยายนี่ไม่พาข้าไปพบอาปู้ชัดๆ กำลังทำอะไรอยู่กันแน่!
สาวน้อยผมสีทองหัวเราะหึหึอย่างโง่งม นำจินเฟยเหยาเดินมาข้างสระบัวทอง นั่งลงบนเก้าอี้ปะการังสีแดงข้างสระ นางเกรงว่าบรรยากาศจะกระอักกระอ่วนเกินไปจึงช