ุใดเจ้าจึงยังล้างหน้าบ้วนปากไม่เสร็จ ที่แท้แล่นมาชมปลาอยู่ที่นี่เอง”
จินเฟยเหยาหันหน้าไปมอง ที่แท้เป็นปู้จื้อโหยว เจ้าหมอนี่ล้างหน้าบ้วนปากเปลี่ยนเป็นชุดยาวสีแดงเพลิงเด่นสะดุดตาทั้งตัว ยืนอยู่ด้านหลังอย่างองอาจผ่าเผย
“ใต้เท้าอาปู้!” ไม่รอให้จินเฟยเหยาฟ้อง สาวน้อยผมทองก็เบียดเข้ามาเอ่ยภาษามารชุดหนึ่ง
จากนั้นเห็นใต้เท้าอาปู้กวักมืออย่างสนิทสนมให้นางลงมา
“บ่าวบ้านเจ้ารังแกข้า พาข้าเดินไปทั่วเพื่อถ่วงเวลา ไม่ยอมพาข้าไปหาเจ้า อีกทั้งเห็นได้ชัดว่าฟังภาษามนุษย์เข้าใจ คิดไม่ถึงว่านางจะแสร้งทำเป็นฟังไม่เข้าใจ!” จินเฟยเหยาเอ่ยฟ้องอย่างเดือดดาล
ใต้เท้าอาปู้ลูบเส้นผมของตนเอง เอ่ยอย่างสงสัย “นางบอกว่าบนร่างเจ้าเหม็นมาก เกรงว่าจะทำให้ท่านแม่ของข้าตกใจ ดังนั้นจึงพาเจ้าเดินตากลมไปทั่ว คิดจะให้ลมพัดกลิ่นเหม็นหน่อย”
หลังเอ่ยจบ เขาก็เข้าใกล้จินเฟยเหยาแล้วดมอย่างสงสัย จากนั้นเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ “ข้าจำได้ว่าตลอดทางเจ้าไม่มีกลิ่นเหม็น ทำไมอาบน้ำครั้งหนึ่งจึงมีแต่กลิ่นสบู่ทำความสะอาดทั่วร่าง? เจ้าใช้มากไปแล้วกระมัง หอมจนกลายเป็นเหม็นไป นี่ยังดีนะที่ตากลมอยู่นานแล้ว ถ้าเป็นตอนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ มิทำให้คนสลบทันทีหรือ”
“ข้า!” จินเฟยเหยาคิดไม่ถึงว่าการกระทำอันชาญฉลาดของตนเองจะกลายเป็นความโง่เขลา คิดจะปกปิดกลิ่นเหม็น กลับหอมเกินไป
นางได้แต่หยิบขวดน้ำผลไม้ที่เหม็นสุดขีดของเต๋อสี่ออกมาเปิดให้ปู้จื้อโหยวดม
เพิ่ง