เปิดออก กลิ่นเหม็นสะอิดสะเอียนก็ลอยกำจายออกมา ปู้จื้อโหยวกระโดดออกไปทันที ใช้มือข้างหนึ่งปิดจมูก และใช้มืออีกข้างหนึ่งปัดอย่างแรง “เหม็นมาก! รีบปิดเลย อย่าให้กระเด็นออกมานะ!”
“ฮึ!” จินเฟยเหยาส่งเสียงขึ้นจมูก ถ้าข้างในไม่ได้ว่างเปล่าไปนานแล้ว ตนเองคงนำออกมาหยดใส่สาวน้อยคนนั้นหลายหยด แต่กลิ่นเหม็นนี้น่าตกใจจริงๆ ขวดว่างเปล่าแล้ว ด้านในยังเหม็นขนาดนี้
“เจ้าอย่าทำเรื่องที่ทำให้คนหัวเราะตลอดจะได้หรือไม่ รีบตามข้ามา ท่านแม่ของข้ากำลังรอเจ้าอยู่” ปู้จื้อโหยวยิ้มพลางส่ายศีรษะ เดินนำนางไปยังตำหนักสีแดงที่อยู่ไม่ไกลนัก
“ท่านแม่ของเจ้าเป็นคนอย่างไร? จะกินคนง่ายๆ หรือไม่?” จินเฟยเหยาติดตามอยู่ด้านหลังเขา เอ่ยถามอย่างร้อนใจ
“จะเป็นไปได้อย่างไร ท่านแม่ข้าเป็นคนดี นิสัยเร่าร้อน”
“เร่าร้อน? เหมือนสีแดงที่เห็นรอบด้านหรือ?”
“เจ้าบรรยายได้ถูกต้อง”
ระหว่างที่พูดคุยกัน ทั้งสองคนก็เดินมาถึงหน้าห้องโถง ลุงเมิ่งยืนรับใช้อยู่หน้าห้องโถง มองเห็นปู้จื้อโหยวเดินนำจินเฟยเหยามา ก็รีบผลักประตูห้องโถงให้เปิดออก
จินเฟยเหยาเพิ่งเหยียบย่างเข้าไปในห้องโถง ก็ได้ยินเสียงหัวเราะใสกระจ่าง จากนั้นเปลวเพลิงดวงหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่หน้า พอมองเห็นชัดเจน ที่แท้เป็นสตรีผมสีดำสวมชุดสีแดงเพลิงผู้หนึ่ง
ผิวพรรณขาวเนียนนุ่ม ริมฝีปากชุ่มชื้นแดงเป็นประกาย ดวงตาทรงเสน่ห์สุดเปรียบปาน เป็นนางมารตัวเป็นๆ คนหนึ่ง เส้นผมยาวสีดำสนิทแผ่ปกคลุมด้