กันเหมือนน้ำกับไฟ อีกทั้งเนื่องจากความแข็งแกร่งเท่าเทียมกันจึงไม่อ่อนข้อให้แก่กันอยู่แบบนี้ แต่สภาพเช่นนี้จะดำเนินไปได้อีกไม่นาน ขอเพียงมีความโลภไม่สิ้นสุดสงครามก็จะเกิดขึ้น ระหว่างโลกอื่นๆ ก็มีความขัดแย้งไม่หยุดหย่อน ทั้งยังปั่นป่วนวุ่นวายมากกว่าโลกวิญญาณเป่ยเฉิน”
จินเฟยเหยากระพริบตาถ่ายทอดเสียงถามอย่างไม่เข้าใจ “เพราะเหตุใดจึงอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขไม่ได้? รวมโลกทั้งสองฝั่งเป็นหนึ่งเดียว ทุกคนล้วนอาศัยอยู่ในโลกเผ่ามนุษย์ที่มีสภาพแวดล้อมดี จากนั้นถ้าต้องการทรัพยากรก็ไปโลกเผ่ามาร ทั้งสองฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่ต้องต่อสู้กันและได้ประโยชน์ร่วมกัน”
“แนวความคิดไม่เหมือนกัน รูปร่างภายนอกไม่เหมือนกัน ก็ถูกกำหนดไว้แล้วว่าทั้งสองฝ่ายไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ ในสายตาของเผ่ามาร เผ่ามนุษย์เป็นคนจอมปลอมที่ต่ำช้า ขลาดเขลา และรักหน้าตา ส่วนในสายตาของเผ่ามนุษย์ เผ่ามารเป็นคนป่าเถื่อนที่ดุร้าย เป็นสัตว์ป่า จะรู้จักกฎระเบียบและมารยาทได้อย่างไร” ราวกับปู้จื้อโหยวจนปัญญาและไม่พอใจสภาพการณ์ของสองโลกอย่างยิ่ง
เรื่องประเภทนี้ดูเหมือนจะแก้ไขไม่ได้ จินเฟยเหยารู้สึกว่าไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้ยังพอทำเนา พอพูดแล้วตนเองก็รับฟังอย่างจนใจ เดิมทีเรียนภาษามารจนสมองพองโตคิดจะพูดคุยเพื่อผ่อนคลายสักหน่อย คิดไม่ถึงว่าสมองจะพองโตกว่าเดิม นางได้แต่ก้มหน้าอ่านภาษามารในมือต่อไม่ถกเรื่องลึกซึ้งเช่นนี้กับปู้จื้อโหยวอีก
ไม่มีจินเ