ฟยเหยาพูดคุยกับเขา ปู้จื้อโหยวก็เอนพิงในรถหลับตาพักผ่อนราวกับหลับและไม่หลับ
อาจเป็นเพราะเข้าใกล้เมืองปาต๋า คนเผ่ามารระหว่างทางจึงเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าคนธรรมดาหรือทาส คนที่มีพลังการบำเพ็ญเพียรหรือไม่มีพลังการบำเพ็ญเพียร ยามรถสัตว์หกเขาของปู้จื้อโหยวแล่นผ่าน พวกเขาล้วนคุกเข่าลงต้อนรับ รอจนรถสัตว์หกเขาแล่นไปไกลแล้ว พวกเขาจึงยืนขึ้นด้วยสีหน้าเคารพแล้วเร่งรุดเดินทางต่อ
ภาพอันมีหน้ามีตาขนาดนี้ จินเฟยเหยาและเต๋อสี่รู้สึกว่าหลังเย็นเยียบแทน คนพวกนี้เคารพชนชั้นสูงถึงปานนี้ ถ้าถูกพบว่าพวกเขาเป็นตัวปลอม ต้องถูกคนพวกนี้กลืนกินทั้งเป็นแน่นอน
ระหว่างทางเต๋อสี่ยังมองเห็นคนสีเทาที่รู้จักหลายคนโดยบังเอิญ พวกเขาปะปนอยู่ท่ามกลางคนเผ่ามาร เนื่องจากคนเผ่ามารรอบด้านคุกเข่า เพื่อไม่ให้เด่นสะดุดตาจึงได้แต่คุกเข่าลงข้างทางด้วย ขนาดคนขับรถม้าเป็นคนรู้จักของพวกเขาก็ยังจดจำไม่ได้
มู่ถ่าขี่สุนัขป่าสามหางแสร้งเป็นองครักษ์และรับการคุกเข่ากราบไหว้มาตลอดทาง นางยินดีอย่างยิ่ง เชิดหน้าขึ้นสูงราวกับเป็นองครักษ์ขี่สุนัขป่าเดินผ่านเบื้องหน้าทุกคนไปอย่างภาคภูมิจริงๆ
แม้แต่คนเผ่ามารขั้นสร้างฐานที่ขี่ม้าระหว่างทาง พบพานปู้จื้อโหยวก็ต้องลงจากม้ามายืนอยู่ข้างทางและก้มหน้าครึ่งหนึ่งแสดงความเคารพต่อปู้จื้อโหยว
ถ้าปู้จื้อโหยวเป็นชนชั้นสูงของเผ่ามารจริงๆ จินเฟยเหยากับเต๋อสี่ยังรู้สึกสบายใจ น่าเสียดายที่ทั้งสองคนอกสั่นขวัญแขวน อาศ