าณก็จะปล่อยควันมารนิลกาฬออกมา ก็จะสามารถสะกดกลิ่นอายพลังวิญญาณได้ เพียงแต่มีปริมาณจำกัดบวกกับควบคุมยาก ถ้าประหยัดได้ก็ประหยัด”
“ทำอาชีพนี้ไม่ง่ายเลยจริงๆ หาศิลาวิญญาณมาได้อย่างยากลำบาก พวกเรานัดกันไปปล้นชิงผู้บำเพ็ญเซียนดีกว่า การค้านี้เติบโตรวดเร็ว” จินเฟยเหยาชิงชังความรู้สึกหดมือหดเท้าแบบนี้ จึงพูดเหมือนล้อเล่นออกมา
หลังจากเข้าโลกเผ่ามารมาเห็นปู้จื้อโหยวสูบยาอย่างต่อเนื่อง นางครุ่นคิดจากนั้นเอ่ยว่า “เจ้านี่ดีนะ ใช้ควันรมแมลงมาตลอดทาง ไม่เหมือนข้ากับเต๋อสี่ได้แต่ถูกยุงกัด”
เต๋อสี่ได้ยินคำพูดของนางจึงหันมาเอ่ย “เอ๋? เจ้าไม่ได้ใช้กลิ่นหอมกำจัดแมลงที่ข้าให้หรือ?”
“กลิ่นหอมกำจัดแมลงอะไร?”
เต๋อสี่ชี้ถุงเครื่องหอมเล็กๆ ที่แขวนอยู่บนเอวตนเอง “ถุงนี้อย่างไรเล่า ใช้สำหรับไล่แมลงโดยเฉพาะ ไม่เช่นนั้นแมลงในป่าทึบเขตเน่าเปื่อยมีมากมาย เจ้าคงมิได้ไม่ใช้ปล่อยให้หลายสิบวันมานี้ถูกแมลงกัดหรอกนะ”
จินเฟยเหยาจึงพบว่าบนร่างของเขากับปู้จื้อโหยวต่างแขวนถุงหอมเล็กๆ แบบเดียวกัน ดูเหมือนตนเองจะมีความทรงจำเรื่องของสิ่งนี้อยู่เล็กน้อย คิดถึงตรงนี้ นางก็มีโทสะ หักกิ่งไม้ขนาดเท่าข้อมือกิ่งหนึ่งข้างกายอย่างแข็งทื่อ
แค้นนัก นางไม่รู้ว่าต้องแค้นใครดี มีเพียงตนเองที่ถูกแมลงกัดอยู่ตั้งนาน แต่สองคนนี้ไม่เป็นอะไรเลย อีกทั้งเห็นตนเองตบแมลงตามตัว คิดไม่ถึงว่าจะไม่เอ่ยเตือนตนเองสักคำ นางโยนกิ่งไม้หักในมือทิ้งอย่างแรง จึ