ิดไม่ถึงว่าจะให้เป็นทาส!”
ปู้จื้อโหยวใช้กล้องยาสูบชี้นางด้วยท่วงท่าสูงศักดิ์แล้วเอ่ย “เจ้าไม่เป็นใบ้แล้วเจ้าพูดภาษามารเป็นหรือ?”
“…ไม่เป็น” จินเฟยเหยาพลันพบเรื่องร้ายแรง ตนเองพูดภาษามารไม่เป็นสักประโยคเดียว พูดไม่ได้และอ่านไม่ได้ ไปโลกเผ่ามารถูกคนขายยังไม่รู้ตัว
“พูดไม่เป็นก็เป็นทาสใบ้แต่โดยดี ถ้ามีคนให้เจ้าพูด เจ้าทำหน้าทึ่มๆ ก็พอ จริงสิ เลียนแบบสายตาพั่งจื่อตอนมันไม่ขยับตัวนั่นแหละ” ปู้จื้อโหยวแอบหัวเราะ
ปู้จื้อโหยวไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้ จินเฟยเหยาก็เกือบจะลืมไปแล้ว ว่าตนเองได้หนังมนุษย์แผ่นหนึ่งมาจากจอมมารหลง บนนั้นบันทึกเคล็ดวิชาสร้างร่างมารไว้ และตนเองยังอ่านไม่ออกสักตัว ตอนนี้ไปโลกเผ่ามารจะได้เรียนภาษามารพอดี ไม่เช่นนั้นคงเรียนเคล็ดวิชาสร้างร่างมารฉบับนี้ไม่ได้ไปชั่วชีวิต
“ปู้จื้อโหยว ภาษามารเรียนยากหรือไม่ มีสถานที่สอนโดยเฉพาะหรือไม่?” นึกถึงเรื่องนี้ จินเฟยเหยาจึงเอ่ยถามปู้จื้อโหยว
ปู้จื้อโหยวชี้เต๋อสี่พลางเอ่ย “เจ้าไปเรียนกับเขา ระหว่างทางเรียนคำพูดที่ใช้เป็นประจำนิดหน่อยน่าจะเพียงพอ พูดได้ไม่ยาก”
“อ้อ” จินเฟยเหยาพยักหน้า ติดตามข้างกายเต๋อสี่ไปอย่างร่าเริง เอ่ยด้วยรอยยิ้มแฉ่ง “สหายเซียนเต๋อ รบกวนเจ้าสอนภาษามารให้ข้าหน่อย”
“ให้เจ้า นี่เป็นตำราที่ข้าเขียนไว้ตอนเรียนภาษามารช่วงแรกๆ เจ้าเรียนตามในนั้น เดี๋ยวก็เป็น” เต๋อสี่ไม่ได้ปฏิเสธ ล้วงตำราที่พลิกอ่านจนมุมเปื่อยยุ่ยออกมาจากถุง