งตะโกนเสียงดัง “อยู่ตรงนี้ รีบมาเร็ว”
“ข้าเป็นถึงชนชั้นสูง คิดไม่ถึงว่าต้องแอบๆ ซ่อนๆ เดินเข้าไปตามทางสายน้อย เสียศักดิ์ศรีจริงๆ” ปู้จื้อโหยวแสร้งทำเป็นถอนหายใจ ส่ายศีรษะด้วยสีหน้าอ้างว้าง
จินเฟยเหยาใช้มือผลักเขาอย่างแรง “เดินเร็วหน่อย ยังไม่เจอคนเผ่ามารก็ขึ้นแสดงเสียแล้วเหน็ดเหนื่อยหรือไม่ ถ้าเจ้ารังเกียจว่าที่นี่จะทำให้เสียศักดิ์ศรีชนชั้นสูงอย่างเจ้า ทำไมจึงไม่พาข้าไปเส้นทางที่เจ้าเข้าโลกเผ่ามาร”
“ไม่ใช่ข้าไม่อยากพาเจ้าไป แต่ไปแล้วเจ้าก็เข้าไปไม่ได้” ปู้จื้อโหยวมองนางอย่างเสียใจ เหมือนที่เขาไม่ได้รับความเป็นธรรมทั้งหมดเป็นเพราะจินเฟยเหยา
“เพราะเหตุใดข้าจึงเข้าไปไม่ได้?”
“เจ้าไม่ใช่ชนชั้นสูง”
“ขี้โม้ พูดเหลวไหลไร้สาระรังแกข้าตลอด”
จินเฟยเหยายกขาคิดจะเตะเขา ปู้จื้อโหยวรีบหัวเราะพลางวิ่งหนี
ทั้งสองคนมาถึงข้างเต๋อสี่ บนพื้นมีถ้ำมืดมิดแห่งหนึ่ง เดิมทีถูกพุ่มไม้มากมายโอบล้อมไว้ ตอนนี้ถูกเต๋อสี่แหวกออกมาให้เห็น ปากถ้ำผ่านได้แค่คนเดียว ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนขุดขึ้นมา
“นี่คือถ้ำสัตว์สินะ?” จินเฟยเหยาชี้ถ้ำพลางเอ่ยถาม บอกตามตรงนางไม่คิดจะมุดถ้ำมืดๆ อีก อีกทั้งถ้ำนี้ดูแล้วเล็กนิดเดียว ลงไปด้านในต้องปีนแน่
“แค่หนึ่งจั้งตรงนี้เป็นถ้ำสัตว์ ขอเพียงกระโดดลงไปก็เพียงพอให้คนยืนได้” เต๋อสี่อธิบาย จากนั้นกระโดดลงไปก่อน
“ไปเถอะ เจ้าลงไปก่อน ข้าปิดท้าย” ปู้จื้อโหยวยืนอยู่ด้านหลังจินเฟยเหยา ให้นางลงไปก