่กุมใบหน้ามองนางอย่างงุนงง ใครจะคิดว่าพั่งจื่อจะลงมืออย่างกะทันหัน ทุกคนกินด้วยกันสนุกด้วยกันมาตลอดทาง เขายังโอบพั่งจื่อดื่มสุรากินเนื้อด้วยกันตั้งหลายครั้ง ดื่มสุราจนเมามายยังเคยหนุนพุงของพั่งจื่อนอนหลับ เหตุใดจึงเปลี่ยนท่าทีลงมืออย่างกะทันหัน
จินเฟยเหยาลูบศีรษะยิ้มขื่นอย่างขออภัย “สหายเซียนเต๋อ ขอโทษด้วย ดูเหมือนมันจะชอบเขาสองข้างนี้มาก จึงถือว่ามันเป็นเขาที่งอกตามธรรมชาติของตนเองแล้ว”
“แล้วจะทำอย่างไร! ข้ามีเพียงเขาคู่นี้ที่สมบูรณ์แบบ เขาคนเผ่ามารอื่นๆ ล้วนขาดหายหรือเหลือเพียงข้างเดียว” เต๋อสี่นิ่งอึ้ง ต่อมาจึงร้อนใจ
“ข้าคิดว่า…คนเผ่ามารน่าจะมีคนที่สู้กับเผ่ามนุษย์แล้วถูกฟันทิ้งไปเขาหนึ่งนะ” จินเฟยเหยากลอกตา เอ่ยอย่างเหนือความคาดหมาย
เต๋อสี่มองนาง เอ่ยชื่นชม “เจ้าหัวไวจริงๆ กลอกตาทีหนึ่งก็หาวิธีได้”
เต๋อสี่ทิ้งพั่งจื่อที่ยังแสดงท่าทีพร้อมรบไว้อย่างไม่สนใจ ค้นถุงที่ใส่เขาของคนเผ่ามารออกมา เททั้งหมดลงบนพื้น
จินเฟยเหยาเห็นบนพื้นมีเขาของคนเผ่ามารอย่างน้อยสุดสิบกว่าเขา จึงพยักหน้าเอ่ยชม “สหายเซียนเต๋อสมเป็นผู้บำเพ็ญเซียนที่ผ่านมาร้อยศึกจริงๆ คิดไม่ถึงว่าจะสังหารคนเผ่ามารมากมายขนาดนี้”
เต๋อสี่ยุ่งอยู่กับการหยิบเขาที่ดูเหมาะสมกับตนเองออกมา จึงเอ่ยโดยไม่ได้เงยหน้า “ข้าเก็บมาทั้งนั้น ข้าทำอาชีพคนสีเทา ถ้าสังหารคนเผ่ามาร ข้ายังจะค้าขายได้หรือ คนทำการค้าอย่างพวกเราต้องสุภาพและเป็นกันเองกับ