ผู้อื่น จะเที่ยวสังหารคนไปทั่วได้อย่างไร”
“คนเผ่ามารไม่ฝังศพหรือ? เหตุใดเจ้าจึงเก็บเขาได้มากมายปานนี้?” ฟังคำพูดของเขา จินเฟยเหยาก็มีสถานที่มืดมิดซึ่งมีกระดูกเกลื่อนพื้นปรากฏขึ้นในสมอง
ปู้จื้อโหยวนั่งใช้กิ่งไม้จิ้มพั่งจื่อเป็นครั้งคราวอยู่ด้านข้าง เอ่ยโดยไม่ต้องคิด “คนเผ่ามารมีธรรมเนียมว่า ถ้ามีคนที่ชอบ ให้นำเขาของตนเองลงมาข้างหนึ่งมอบให้คนผู้นั้น คนเผ่ามารบางคนหลังจากรับเขาไว้เกิดเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น ก็จะโยนเขาที่รับไว้ในอดีตทิ้งไป แต่พวกคนเผ่ามารงอกเขาใหม่ได้ ดังนั้นจึงไม่กลัวว่าจะเป็นคนเผ่ามารเขาเดียว”
“อ้อ” จินเฟยเหยาพยักหน้าตอบรับ “หมายความว่าถ้าข้าปลอมตัวเป็นคนเผ่ามารที่มีเขาเดียว ก็กลายเป็นสาวน้อยที่ลุ่มหลงในความรักซึ่งมีคนที่ชอบแล้วมอบเขาให้ข้างหนึ่ง แต่ท่านลุงคนนี้ก็มีเขาเดียว ถ้าถูกคนอื่นเข้าใจผิดว่าพวกเราสองคนรักกัน จากนั้นแลกเขากันจะทำอย่างไร?”
“นี่! เจ้าเรียกใครเป็นท่านลุง” เต๋อสี่ที่ใบหน้ามีหนวดเคราหรอมแหรมเงยหน้าขึ้นเอ่ยอย่างไม่พอใจ
“อายุตั้งหลายสิบหลายร้อยปีกันแล้ว ยังมาสาวน้อยท่านลุงอะไร พูดออกมาได้ไม่อายปาก” ปู้จื้อโหยวหัวเราะอย่างเบิกบาน
“ไม่ได้ ข้าไม่เอาความเข้าใจผิดแบบนี้” จินเฟยเหยารีบวิ่งไปคุ้ยในกองเขา ค้นหาอยู่นานในที่สุดนางก็หาเขาที่ดูคล้ายกันพบ
“ข้าจะใช้เขาคู่นี้ เจ้าเลือกสวมเขาอันใหญ่อันเดียวก็พอ” นางวางเขาลงเบื้องหน้าเต๋อสี่ แล้วเอ่ยอย่างหนักแน่น
พอเต๋อส