กจากตำหนักใหญ่ ครู่หนึ่งก็กลับมาด้วยอารมณ์ชื่นมื่น เข้าไปในกระจกสี่วิตกด้วยสีหน้าไม่เลว
มองสีหน้าชืดชาของเขา คงอู๋จู๋เอ่ยกับคงอู๋โหย่วว่า “ศิษย์น้อง เจ้าเด็กนี่ยังไม่รู้จักลูกไม้ของอาจารย์ ชื่อผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่ไม่ใช่ได้มาเปล่าๆ อีกเดี๋ยวก็ทนทุกข์ทรมาน”
“กระจกสี่วิตกนี้ข้าก็ไม่เคยเข้าไป ไม่รู้ว่าสภาพด้านในเป็นอย่างไร แต่สิ่งของของอาจารย์ไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้น” คงจู๋โหย่วก็เห็นด้วยกับคำพูดของเขา
ทั้งสองคนพูดคุยกันหลายประโยค จึงคิดจะไปจากตำหนักใหญ่ ยังมีงานจิปาถะอีกมากมายรอพวกเขาสองคนไปทำอยู่ ทว่า พวกเขาสองคนยังเดินไปไม่ถึงประตู กระจกสี่วิตกก็เปล่งแสงเจิดจ้า ไป๋เจี่ยนจู๋ถูกโยนออกมาจากกระจกสี่วิตก ร่างกระแทกพื้น
“เร็วขนาดนี้เชียว?” ทั้งสองคนสะดุ้งเฮือก นี่ยังไม่ถึงหนึ่งเค่อเลย
สายตาของไป๋เจี่ยนจู๋ทึ่มทื่อ มีสีหน้าหวาดผวา มองแวบเดียวก็ดูออกว่าจิตใจเขาไม่สงบ
“เจี่ยนจู๋ เหตุใดเจ้าจึงถูกโยนออกมาเนื่องจากจิตใจไม่สงบเร็วขนาดนี้” คงจู๋อู่เดินไปหาพลางเอ่ยแสดงความห่วงใยและคิดจะสอบถามสภาพด้านในดูสักหน่อย
ทว่าหลังไป๋เจี่ยนจู๋ได้สติคืนมา ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรมากความ ทว่าทำเสียงอู้อี้ประโยคหนึ่ง “ข้าจะเข้าไปอีกเดี๋ยวนี้”
จากนั้นเขาก็พุ่งเข้าในกระจกสี่วิตก ทว่ายังผ่านไปไม่นานเท่าไร ร่างของเขาก็ถูกโยนออกมาอีก ไม่รอให้คงจู๋อู๋แสดงความห่วงใย เขาก็กระโดดขึ้นพุ่งเข้าไปอีกด้วยสีหน้าดุร้าย จำนวนครั้