งที่เขาเข้าไปยิ่งมาก สีหน้าก็ยิ่งมีโทสะ ทำให้พวกคงจู๋อู๋มองดูจนงุนงงไปหมด
ท่าทางกระจกสี่วิตกจะแสดงประสิทธิภาพแล้ว ก็ให้เขาทรมานตนเองอยู่ในนั้นเถอะ ทั้งสองคนสบตากันแวบหนึ่ง พยักหน้าแล้วสะบัดชายเสื้อ เดินวางมาดจากไป
ที่จริงไป๋เจี่ยนจู๋ก็ไม่เห็นอะไรด้านใน ภายในกระจกสี่วิตกมีทัศนียภาพอันงดงาม ขณะเขาเข้าไปเป็นทิวทัศน์ริมทะเลสาบที่สวยงาม ไม่รอให้เขาชมดูอย่างละเอียด ก็เห็นจินเฟยเหยากำลังกินเนื้อย่างบนพื้นหญ้าริมทะเลสาบ และบนกองไฟเบื้องหน้านาง มีกระต่ายต้าเสวี่ยเยวี่ยอวบอ้วนตัวหนึ่งกำลังถูกกิ่งไม้เสียบ กระต่ายตัวนั้นเป็นกระต่ายที่ไป๋เจี่ยนจู๋เคยเลี้ยงตอนเด็กๆ พอดี ตอนนี้ตายไปนานแล้ว แต่ทายาทของมันยังอยู่ ถูกเขาเลี้ยงให้กินจนอ้วนท้วนสมบูรณ์มาตลอด บนหูของกระต่ายตัวนี้มีรู ดังนั้นเขามองแวบเดียวก็จำได้
หลังจินเฟยเหยามองเห็นเขายังฉีกน่องกระต่ายอันหนึ่ง เอ่ยถามเขาด้วยสีหน้าวอนโดนอัด “พี่ไป๋ กินขากระต่ายสักชิ้นไหม?”
ไป๋เจี่ยนจู๋เพิ่งมีโทสะพุ่งพรวด ยังไม่ทันได้อ้าปากด่าคนก็ถูกกระจกสี่วิตกโยนออกมา ขอเพียงจิตใจของเขาปั่นป่วน อารมณ์เปลี่ยนแปลง ก็จะถูกกระจกสี่วิตกโยนออกมา ทว่าทุกครั้งที่เข้าไปในกระจกสี่วิตกอีก ก็จะเห็นจินเฟยเหยานั่งมองเขาอยู่ในนั้น จากกินกระต่ายเป็นเอาหนังกระต่ายมาเล่น แล้วก็เป็นรังแกกระต่ายที่ยังมีชีวิตของเขา ไป๋เจี่ยนจู๋เข้าใจว่านี่คือภาพมายาที่ทดสอบเขาก็สงบจิตใจ ปล่อยให้จินเฟยเหยาท