๋นั่งหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังอยู่ตรงนั้น เขาหัวเราะพลางเอ่ยกับศิษย์สองคนด้านล่าง “น่าขำแทบตายจริงๆ เจ้าหมอนี่น่าสนใจยิ่งนัก คิดไม่ถึงว่าจะพบกับเรื่องน่าสนุกขนาดนี้ ถึงกับปิดบังอยู่หลายสิบปี ไม่พูดออกมาแต่แรก ทำเกินไปแล้ว”
ส่วนคงอู๋จู่เบือนหน้าไปมองจู๋ซวีอู๋ด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน อาจารย์ขำมากเกินไปแล้ว ยังเบิกบานใจมากกว่าอยู่ว่างจนเบื่อหน่ายจึงทำลายโลกหนานซานครั้งที่แล้วอีก
หัวเราะไปหัวเราะมา จู๋ซวีอู๋พลันคิดถึงเรื่องหนึ่งขึ้นได้ จึงหยุดหัวเราะเอ่ยถามว่า “เดี๋ยวก่อน นางถอดเสื้อผ้าของเจ้าไปทำไม? ต่อให้เสื้อผ้าของสำนักมีค่าอยู่บ้าง แต่ตามที่เจ้าเล่ามาเสื้อผ้าเสียหายไปแต่แรกแล้วนี่นา ส่วนกระเป๋าเก็บของในตัวเจ้าก็ใส่ของดีๆ ไว้มากมายมิใช่หรือ เด็กผู้หญิงอย่างนางจะเอาเสื้อผ้าของเจ้าไปทำไม?”
คิดไม่ถึงว่าจู๋ซวีอู๋จะสังเกตเห็นจุดนี้ ไป๋เจี่ยนจู๋อึกๆ อักๆ ภายใต้การเร่งเร้าอยู่หลายต่อหลายครั้งของจู๋ซวีอู๋ เขาจึงเอ่ยอย่างไม่มีทางเลือก “ตอน…ตอนนางร่วงลงมาจากฟ้าไม่ได้สวมอะไรเลย”
รอบด้านเงียบกริบ หลังจู๋ซวีอู๋ตะลึงงันจึงรู้แจ้ง “ที่แท้นางไม่มีเสื้อผ้าสวม ดังนั้นเห็นเจ้าตายอยู่ด้านข้าง จึงถอดเสื้อผ้าของเจ้า นี่ก็เป็นเรื่องที่พออภัยได้”
“หืม? หมายความว่าสารรูปตอนไม่ใส่เสื้อผ้าของนางถูกเจ้าเห็นหมดแล้ว?” จู๋ซวีอู๋ได้สติขึ้นมาทันที เอ่ยด้วยรอยยิ้มประหลาด
ไป๋เจี่ยนจู๋ก้มหน้าจนแทบจะมุดเข้าไปตรงหว่างขา ได้