ที่เขาบอกจากปากว่าตนเองไม่มีค่า ฟังแล้วกลับทำให้ในใจคนรู้สึกไม่ยินดี หรือว่านี่คือการทรมานตนเอง?
เห็นจินเฟยเหยาไม่เข้าใจ ปู้จื้อโหยวจึงอธิบายให้นางฟังอย่างใส่ใจ “ข้าจำแนกข้อมูลเป็นระดับ ที่ไร้ประโยชน์ที่สุดคือระดับหนึ่ง ที่ขายแพงที่สุดคือระดับสิบ เจ้าอยู่ระดับสาม ได้แต่เลี้ยงข่าวไว้ ให้ได้อย่างน้อยระดับห้าข้าจึงคิดจะขาย เจ้าพยายามหน่อยละกัน ถึงเจ้าจะมีโลหิตตานมาร แต่สาเหตุใหญ่สุดที่พวกเขาตามหาเจ้าคือคิดจะหาคฤหาสน์นี้ ตอนนี้หาคฤหาสน์พบแล้ว มูลค่าของเจ้าก็ลดฮวบ ตามหาเจ้าไปทั่วเพื่อโลหิตตานมารหยดเดียว ไม่คุ้มค่าอย่างยิ่ง”
“เหตุใดเจ้าจึงเดาว่าหยดเดียว ไม่ใช่หนึ่งขวด” ท่าทางของปู้จื้อโหยวดีเกินไป บนใบหน้ามักจะมีรอยยิ้มเจิดจรัส ทั้งยังไม่มีเจตนาสังหารใดๆ ความรู้สึกเป็นอริต่อเขาจึงลดลงไม่น้อย นิสัยไม่จริงจังของนางกำเริบขึ้นอีก เริ่มหยอกล้อเขา
“เจ้าอย่าฝันไปเลย นี่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้” ปู้จื้อโหยวส่ายศีรษะ เลิกคิ้วเอ่ยยิ้มๆ “อย่างมากเจ้ามีแค่หยดเดียว เจ้านึกว่าเป็นน้ำลายหรือ ต้องการเท่าไรก็มีให้เท่านั้น ด้วยพลังการบำเพ็ญเพียรของเจ้า ให้หนึ่งหยดก็พอแล้ว ให้มากก็สิ้นเปลือง”
“ฮึ!” จินเฟยเหยาส่งเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจ “เจ้ากลับเชื่อมั่นยิ่งนัก อย่างไรเสียข้าก็ไม่ยอมรับว่าเป็นคนผู้นั้น และข้าก็ไม่มีสิ่งของเหล่านี้ด้วย”
ปู้จื้อโหยวหัวเราะ เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจสักนิด “เจ้าไม่ต้องเสียใจว่าตนเอง