ป็นแค่คฤหาสน์อีกแห่ง ไม่ใช่รังเก่าของเขา มีเท่านี้ก็ดีแล้ว ผู้ใดจะไม่เก็บสิ่งของที่ดีที่สุดไว้กับตัว ที่เอาออกมาจัดแสดงก็มีเพียงระดับนี้ ตอนนี้ถึงตาเจ้าแล้ว รีบเอาสิ่งของชิ้นนั้นออกมาดูหน่อยว่าเป็นของดีอะไร” ปู้จื้อโหยวนั่งบนก้อนหิน เห็นจินเฟยเหยาทำท่าทางรังเกียจสิ่งของเหล่านี้ จึงเอ่ยเร่งเร้าอย่างไม่พอใจ
“จะเร่งทำไม…” จินเฟยเหยาหยิบกล่องขนาดใหญ่ที่เปี่ยมไปด้วยปราณวิญญาณใบนั้นออกมาอย่างช้าๆ
วางกล่องลงบนพื้น นางกำลังคิดจะเปิดกล่อง กลับพบว่าด้านบนมีกุญแจวงเวทล็อกอยู่ จึงยักไหล่ให้ปู้จื้อโหยวแล้วเอ่ย “ข้าเปิดวงเวทไม่เป็น เปิดไม่ออก”
“มาข้าเอง โง่จริงๆ เลย คนทำอาชีพอย่างพวกเรา ต้องเรียนรู้การเปิดกุญแจวงเวท จะให้ข้าสอนเจ้าหรือไม่ เก็บค่าครูเล็กน้อยเท่านั้น” ปู้จื้อโหยวผลักจินเฟยเหยาออก แล้วหยิบพู่กันวาดยันต์และขวดหยกที่บรรจุหมึกยันต์ออกมาจากในถุงเฉียนคุน
จินเฟยเหยาถอยมาด้านข้าง เอ่ยอย่างไม่พอใจ “เจ้าต้องรู้ว่าข้าเป็นผู้บำเพ็ญเซียนอิสระไม่ใช่โจร ทำอาชีพแบบนี้ต้องเรียนรู้การเปิดกุญแจวงเวทอะไรกัน ข้าไม่ได้ทำอาชีพเดียวกับเจ้าเสียหน่อย”
ว่าไปแล้ว ปู้จื้อโหยวมีวิธีจัดการกุญแจวงเวทจริงๆ เห็นเขาใช้พู่กันวาดยันต์จุ่มหมึกยันต์แล้ววาดขีดหลายขีดลงบนกุญแจวงเวท กุญแจวงเวทบนกล่องหยกก็เปล่งแสงสว่างวาบแล้วล่าถอยไปหมด
จินเฟยเหยาลังเลนิดหนึ่งจึงเอ่ยว่า “ในเมื่อเจ้าอยากจะสอนข้าขนาดนี้ เช่นนั้นข้าจะฝืนใจเรี