มพันธ์แน่นอน ต้องถามหาความรับผิดชอบจากนาง ไม่แน่ว่าทั้งสองคนเป็นพวกเดียวกัน เพียงแต่ใช้แผนทรมานสังขารเท่านั้น ไม่มีใครติดกับหรอก” ซิ่นเทียนหลุดปากพูดความคิดเห็นตามปกติออกมาโดยไม่ต้องคิด
“ฮ่าๆๆ ศิษย์น้องซิ่นเทียนกล่าวได้ถูกต้อง แล้วเจ้ายังจะเอ่ยถึงความสัมพันธ์อะไรอีก” เฟิงอวิ๋นจู๋ยิ้มและตบบ่าของเขา หลังมาถึงสำนักตงอวี้หวง เขายิ่งชอบพูดจาเหน็บแนมมากขึ้นทุกที
ศิษย์น้องซิ่นเทียนพบว่าเขาเอ่ยคำพูดที่ขัดแย้งกันเอง เห็นได้ชัดว่าตนเองจอมปลอมเกินไป สีหน้าจึงปั้นยากอยู่บ้าง
แต่พอเห็นไม่มีใครหาทางลงให้ตนเอง ในใจก็ยิ่งเดือดดาล ถ้าอาจารย์ไม่บอกว่าพวกเขาไม่รู้จักทาง ไม่คุ้นเคยกับสภาพการณ์ของโลกวิญญาณเป่ยเฉิน ต้องให้เขามาด้วย เขาจะไม่ยอมออกมากับคนเหล่านี้หรอก
คนหนึ่งเหน็บแนมตนเองทั้งวัน คนหนึ่งไม่มีอะไรก็ตีหน้าแสร้งเป็นยอดฝีมือ ยังมีอีกคนหนึ่งหลายวันนี้ไม่พูดเลยสักประโยค ไม่รู้สึกถึงการคงอยู่เลยสักนิด ถ้าไม่รู้ยังนึกว่าเป็นใบ้ พวกบ้านนอกที่เกิดและเติบโตในโลกระดับดินเหล่านี้ ถ้าไม่ใช่เพราะจู๋ซวีอู๋ซือจุน ตอนนี้พวกเขายังมีชีวิตไปวันๆ อยู่ในโลกระดับดิน
มาสำนักตงอวี้หวงของพวกเรา ก็ไม่รู้จักเคารพศิษย์พี่ศิษย์น้อง พวกเราจึงเป็นศิษย์ที่แท้จริงของสำนักตงอวี้หวง พวกโผล่มากลางคันอย่างพวกเจ้า ซือจุนเพียงอยู่ว่างจนเบื่อหน่ายรับมาเป็นศิษย์เล่นๆ เท่านั้น ฮึ! ศิษย์น้องซิ่นเทียนไม่พอใจ ถึงแม้คิดจะรักษาภาพพจน์ ทว่