าเขากลับสู้คนตำหนักซวีชิงไม่ได้สักคน แม้แต่เจ้าใบ้ที่มีการคงอยู่ราวกับเมฆาล่องลอยคนนั้น เขาก็สู้ไม่ได้ คิดถึงกำลังทรัพย์ของจู๋ซวีอู๋ซือจุน ทั้งยังใจกว้างกับศิษย์ขนาดนี้ เขารู้สึกว่าซือจุนและอาจารย์ของตนเองตระหนี่อย่างยิ่ง
ส่วนจินเฟยเหยาในยามนี้ คร้านจะเก็บงำฝีมืออีกต่อไป กะจะกำจัดจินเฟยหยางทิ้งอย่างรวดเร็ว นำสิ่งของที่ตนเองขุดออกมาจากไปทันที ฟองแสงนรกลอยออกมาจากมือของนาง ล้อมจินเฟยหยางเอาไว้ ขอเพียงเขาสัมผัสโดนฟองแสงนรกเหล่านี้ ไฟนรกด้านในจะลุกไหม้ขึ้นทำให้เขาทรมาน ดูเหมือนจินเฟยหยางจะหวาดกลัวไฟนรกอย่างยิ่ง หลังจากถูกเผาหลายครั้ง ก็ได้แต่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่กล้าเคลื่อนไหวสักนิด
แต่เขาก็ไม่อาจนั่งรอความตายแบบนี้ ไอมารบนร่างจินเฟยหยางผนึกรวมกลายร่างเป็นคมดาบสีดำทีละเล่ม คิดจะทะลวงออกไปจากรอยแตกของฟองแสงนรก ฟองแสงนรกขยับเองโดยไร้ลม ตรงไหนมีคมดาบสีดำก็ลอยไปตรงนั้น คมดาบสีดำบินออกไปไม่ได้ราวกับจะเย้ยหยันเขา ฟองแสงนรกยังกระโดดบนร่างเขาประหนึ่งนกตัวเล็กๆ ผลที่ตามมาแน่นอนว่าเผาไหม้จนเขาร้องโหยหวน
ฉวยโอกาสที่เขาถูกขังไว้ ทงเทียนหรูอี้กลายเป็นกระบองเขี้ยวสุนัขป่าสองด้ามไปทุบแพะภูเขาตัวนั้นที่กำลังเหยียบย่ำอย่างเบิกบาน แพะภูเขาหลบทงเทียนหรูอี้ด้ามหนึ่งอย่างไม่รีบไม่ร้อน ก็ถูกทงเทียนหรูอี้อีกด้ามหนึ่งทุบร่วงพื้น ขาสี่ข้างกระตุกแล้วสลบไป
จินเฟยเหยานำถุงสัตว์ภูติออกมาเก็บมัน แล้วมองจินเฟยหยางที่ยืน