้อนออกไป ทว่าเรียกผู้รับใช้คนนั้นมาซักถามอย่างละเอียด
ผู้รับใช้ไม่กล้าปิดบัง อธิบายเรื่องทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งยังนำศิลาวิญญาณที่จินเฟยเหยามอบให้เขาออกมาด้วย ถึงจะเจ็บเนื้อ ทว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลามาซ่อนสิ่งที่ผิดกฎ
โชคยังดี หลินอวี่ไม่ได้เอาศิลาวิญญาณของเขาไป เพียงแค่หยิบมาดู ไม่พบว่ามีอะไรแปลกประหลาดจึงคืนให้เขาอีกครั้ง
โลหิตตานมาร…ท่าทางนางคงเป็นคนปล่อยจอมมารหลงไป ทั้งยังได้โลหิตตานมารมา เพียงแต่ไม่รู้ว่าได้มากี่หยด คาดว่าคงไม่มาก แต่ข้าต้องการเพียงหยดเดียวก็พอแล้ว หลินอวี่ลูบคางครุ่นคิด เทียนกงเจินเหรินก็ได้ยินเรื่องของโลหิตตานมาร คาดว่าเขาคงไม่ปล่อยของดีๆ แบบนี้ไปเช่นกัน ดูท่าตอนนี้ ผู้ใดหาตัวคนผู้นี้พบก่อนผู้นั้นก็ได้โลหิตตานมารไป
“ไม่ต้องดูแลที่นี่แล้ว พวกเจ้ารีบออกไปค้นหาสตรีผู้นี้ทันที เจ้าเคยเห็นหน้าตาของนาง เจ้าก็ไปด้วย ต้องหาตัวนางมาให้ได้ บนเรือไม่มีก็ไปหาในทะเล นางน่าจะหนีไปได้ไม่ไกล”
หลินอวี่ทิ้งคำพูดไว้อย่างรีบร้อนแล้วเดินออกไป เตรียมรวมพลคนของตึกซ่างเซียนทั้งหมดบนเรือค้นหาจินเฟยเหยา
ส่วนจินเฟยเหยากำลังยืนอยู่ภายในห้องของตนเอง มองผ่านกระจกหน้าต่างออกไปข้างนอก เห็นผู้บำเพ็ญเซียนจำนวนไม่น้อยแหวกนภาไป รวมทั้งเทียนกงเจินเหรินซึ่งเป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมคนนั้นด้วย แม้แต่คนของตึกซ่างเซียนทั้งหมดก็ทิ้งงานของตนเองวิ่งไปมาบนเรือ พอพบผู้บำเพ็ญเซียนสตรีก็จะไต่ถามอย่างละเอ