ความลับอย่างที่จินเฟยเหยาคิด แม้แต่ผู้รับใช้ที่ขายสุราก็รู้
จินเฟยเหยาฉวยโอกาสตอนที่มีผู้บำเพ็ญเซียนไม่มาก ให้รางวัลผู้รับใช้หลายร้อยศิลาวิญญาณชั้นล่าง เขาจึงยืนอยู่หน้าโต๊ะพูดคุยกับจินเฟยเหยา “ผู้อาวุโสท่านนี้ ท่านต้องฝึกบำเพ็ญอย่างยากลำบากมาตลอดแน่จึงไม่ถามไถ่เรื่องทางโลก โลหิตตานมารเป็นของดี ได้ยินว่าเพียงหนึ่งหยดก็สามารถทำให้ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณเลื่อนเป็นขั้นสร้างฐานได้ทันที ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานถ้ากินโลหิตตานมารหนึ่งหยดก็ถือว่าเท้าเหยียบย่างเข้าสู่การเจี๋ยตันก้าวหนึ่งแล้ว”
“ร้ายกาจขนาดนี้ เช่นนั้นการฝึกบำเพ็ญของทุกคนจะไม่ง่ายดายยิ่งขึ้นหรือ” จินเฟยเหยาจุปาก หากรู้แต่แรกว่าดีขนาดนี้ตอนนั้นทำหน้าหนาขอเพิ่มอีกหยดไปแล้ว
ผู้รับใช้ได้ฟังคำพูดของจินเฟยเหยา ก็เอ่ยอย่างจนใจ “ผู้อาวุโส…โลหิตตานมารได้มาจากในตานมาร ต้องเป็นเผ่ามารขั้นกำเนิดใหม่ขึ้นไปจึงสามารถฝึกบำเพ็ญจนมีตานมารได้ อีกทั้งก่อนตายพวกเขาชอบระเบิดตานมาร มีโอกาสน้อยมากที่จะได้โลหิตตานมาร ตานมารหนึ่งเม็ดอย่างมากมีโลหิตตานมารหลายร้อยหยด ขอเพียงปรากฏ คงถูกบรรดาผู้บำเพ็ญเซียนระดับสูงแย่งชิงจนเกลี้ยง ไหนเลยจะถึงรอบคนตัวเล็กๆ อย่างพวกเรา”
“ผู้บำเพ็ญเซียนระดับสูงจะแย่งชิงสิ่งนี้ไปทำไม? ทำได้แค่เจี๋ยตันมิใช่หรือ ได้ไปก็ไม่มีประโยชน์” จินเฟยเหยาเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
ยามนี้ผู้รับใช้จึงลดเสียงเบาลงเอ่ยว่า “พวกเขาเอาไป