ไรเสียสำนักทั้งหมดในโลกวิญญาณเป่ยเฉินรวมกันอย่างน้อยก็มีนับหมื่นสำนัก ถ่ายทอดเสียงไปให้ทุกสำนักถือเป็นปริมาณงานมหาศาล
“พวกเจ้าส่งคนกลุ่มหนึ่งไปตรวจสอบน่านน้ำแถบนั้นทันที ถ้าพบผู้บำเพ็ญเซียนที่ใช้เปลวเพลิงสีสันประหลาดก็จับตัวกลับมาทั้งหมด” ชายชราครุ่นคิด สั่งกำชับอีก เรื่องราวกลายเป็นแบบนี้แล้ว เขาถอนหายใจยาวได้แต่กระทำเรื่องวัวหายล้อมคอก
ส่วนจินเฟยเหยาที่จัดการมังกรเกล็ดนิลเสร็จ ก็กลับถึงบนเรือศิลาทะเลอย่างอารมณ์ดี บนเรือนอกจากมีแผงขายสินค้าเล็กๆ ของตึกซ่างเซียน ยังมีคนรับซื้อสินค้าโดยเฉพาะ ถึงแม้ราคาจะถูกกว่าในเมืองวั่นเซียนสุ่ย แต่ดีตรงปล่อยของได้เร็ว บรรดาผู้บำเพ็ญเซียนสามารถขายวัตถุดิบในมือให้แก่ตึกซ่างเซียนบนแผงด้านหลัง จากนั้นก็เดินมาถึงแผงเล็กๆ ด้านหน้า นำศิลาวิญญาณที่ได้มาซื้อยาและของใช้ต่างๆ จากบนแผงของตึกซ่างเซียนอีก
ไปๆ มาๆ สุดท้ายก็ทำเงินให้ตึกซ่างเซียนได้ก้อนโต
จินเฟยเหยาไม่ขาดแคลนยาชั่วคราว ส่วนยาระดับต่ำก็สามารถใช้ศิลาวิญญาณชั้นล่างซื้อได้ จึงไม่คิดจะนำสิ่งของที่ล่ามาได้แลกเป็นศิลาวิญญาณชั้นกลางในราคาถูก นางคิดจะรอหลังกลับถึงเมืองวั่นเซียนสุ่ย ค่อยนำสิ่งของไปแลกเปลี่ยนเป็นศิลาวิญญาณชั้นกลาง แบบนี้จะทำเงินได้มากกว่าหน่อย
แต่นางก็ไม่ได้อยู่ว่าง นางไม่ออกทะเลชั่วคราวทว่าดื่มสุราเดินเตร็ดเตร่บนเรือทั้งวัน กำลังแอบสอบถามเรื่องโลหิตตานมาร คิดไม่ถึงว่าของสิ่งนี้จะไม่ได้เป็น