รโจมตีด้วยเวทมนตร์และของวิเศษได้” บุรุษเผ่ามารเชื่อมั่นว่า ไม่มีผู้บำเพ็ญเซียนคนใดสามารถต้านทานความเย้ายวนเช่นนี้ได้
จินเฟยเหยาได้ยินยังหวั่นไหวอยู่บ้างจริงๆ นางยื่นมือไปหาบุรุษเผ่ามารแล้วเอ่ยว่า “ข้ามีสิบนิ้วก็หมายถึงถ้าข้าฝึกบำเพ็ญจนบรรลุเคล็ดวิชาสร้างร่างมารขั้นสูงสุด สิบนิ้วของข้าก็จะไม่ใช่สิบนิ้ว ทว่าเป็นของวิเศษชั้นยอด?”
บุรุษเผ่ามารไม่เข้าใจความหมายของนาง ทว่ายังตอบรับ “ใช่ ทั้งหมดล้วนเป็นของวิเศษชั้นยอด” จากนั้นก็เห็นจินเฟยเหยานับนิ้ว “ถ้าเป็นเช่นนี้ ขายนิ้วเล็กๆ ไปสองนิ้วน่าจะแลกพื้นที่มิติที่ไม่มีความสามารถอะไรได้ชิ้นหนึ่ง แต่แบบนี้มือสองข้างจะน่าเกลียดไปหน่อยหรือไม่ ใช้นิ้วเท้าแลกก็แล้วกัน”
บุรุษเผ่ามารตกตะลึงอย่างรุนแรง เขามีชีวิตอยู่มานับหมื่นปี ถือว่าตนเองมีความรู้กว้างขวาง ไม่มีเรื่องหรือคนประหลาดอะไรที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นคนโลภสมบัติแบบนี้ ถ้ารักสมบัติและมีความแข็งแกร่ง อยากได้สิ่งของก็น่าจะคิดปล้นชิงก่อนมิใช่หรือ ยายนี่ถึงกับคิดจะตัดนิ้วตนเองไปแลกเงินก่อน
รอจนจินเฟยเหยานับนิ้ววางแผนการเสร็จสิ้น นางก็เอ่ยถามอย่างยินดี “ว่ามา เจ้าคิดจะให้ข้าช่วยทำอะไร?”
บุรุษเผ่ามารสะกดความยินดีปรีดาในใจไว้ เอ่ยอย่างเย็นชาดังเดิม “ข้าอยากให้เจ้าใช้ไฟนรกเผาทำลายหินผลึกสีดำเหนือศีรษะข้า อย่างอื่นไม่จำเป็น”
“ว้าว เจ้าพูดเสียง่ายดาย เจ้าไม่บอกตรงๆ เลยล่ะว่าปล่