ารป้องกัน
จินเฟยเหยาครุ่นคิด ให้ทงเทียนหรูอี้กลายเป็นกระบองที่ยาวและผอมบางอย่างไม่ถอดใจ จากนั้นเดินเข้าไปใกล้สระโลหิต คิดจะใช้ทงเทียนหรูอี้เชยศีรษะของคนเผ่ามารผู้นี้ขึ้นมาดู
จินเฟยเหยาเคยได้ยินว่า คนเผ่ามารเพียงแค่มีร่างเหมือนมนุษย์ หน้าตากลับเหมือนสัตว์ เป็นสัตว์ร่างคนที่โฉดเขลากลุ่มหนึ่ง ดังนั้น ถ้าไม่ดูใบหน้าของคนเผ่ามารผู้นี้ นางไม่ยินยอมแน่
การรับรู้กวาดเข้าไปในสระโลหิตไม่ได้ ทงเทียนหรูอี้กลับยื่นเข้าไปได้อย่างราบรื่น ไม่รู้ว่าคนผู้นี้มีชีวิตอยู่หรือตายแล้ว นางจิ้มบนร่างของเขาเบาๆ ก่อน หลังจากพบว่าเขาไม่ขยับ ก็ใช้ทงเทียนหรูอี้เชยคางของคนเผ่ามารผู้นี้อย่างใจกล้า ให้เขาเงยหน้าขึ้นมา
“เจ้าพวกหลอกลวง คำพูดที่ได้ยินคนเล่ากันในเมือง ส่วนมากล้วนเป็นความเท็จ” ใบหน้าหล่อเหลาและกล้าหาญสุดเปรียบปานปรากฏขึ้นเบื้องหน้าตามศีรษะคนเผ่ามารที่ถูกจินเฟยเหยาเชยขึ้นมา
ถ้าลบรอยสักบนใบหน้าทิ้งไป ตัดเขาบนศีรษะ แล้วโยนคนผู้นี้เข้าไปท่ามกลางผู้บำเพ็ญเซียน ต้องล่อลวงผู้บำเพ็ญเซียนสตรีนับพันนับหมื่นให้หลงใหลได้แน่นอน
ในขณะนี้เอง ดวงตาที่หลับสนิทมาตลอดพลันลืมขึ้นกะทันหัน ในดวงตาสีดำเป็นประกายมีแสงเย็นเยียบวาบผ่าน จินเฟยเหยาตกใจจนถอยหลังหนี วิ่งไปจนถึงข้างแท่นราบจึงหยุดลง มองเขาอย่างระแวดระวัง
“ผู้บำเพ็ญเซียนเผ่ามนุษย์อย่างพวกเจ้าช่างไร้ประโยชน์ มาถึงยอดเขาก็ใช้เวลานานขนาดนี้ ข้ารอจนหลับไปแล้ว” บุรุษเผ่ามา