รผู้นี้เงยหน้าขึ้น เผยสีหน้าดูแคลนให้จินเฟยเหยา
รู้ชัดๆ ว่าเขาถูกแขวนไว้ในสระโลหิต น่าจะไม่ใช่วิธีฝึกบำเพ็ญแต่ถูกกักขัง จินเฟยเหยายังรู้สึกขวัญหนีดีฝ่อ สาเหตุที่สำคัญที่สุดคือนางมองพลังการบำเพ็ญเพียรของคนผู้นี้ไม่ออก ใช้เวทมองทะลุบนร่างเขาก็ราวกับจมลงไปในทะเลอันไร้ขอบเขต ขนาดเห็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่ยังไม่ให้ความรู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่นแบบนี้เลย
ส่วนพั่งจื่อยามนี้มันถึงกับเป็นฝ่ายกระโดดเข้าไปในถุงสัตว์ภูติเอง ทิ้งให้จินเฟยเหยาอยู่ข้างนอก ตนเองหดตัวอยู่ในกระเป๋าสัตว์ภูติแม้แต่ขยับตัวก็ยังไม่กล้า
“มานี่” บุรุษเผ่ามารเอ่ยกับนางอย่างเย็นชา
หลังจากไอเย็นเยียบพุ่งจากแผ่นหลังตรงขึ้นสมอง นางก็สั่นศีรษะอย่างแรง “ไม่เอา!”
“…” บุรุษเผ่ามารเงียบงันไปครู่หนึ่ง ใช้น้ำเสียงที่ตนเองคิดว่าค่อนข้างอ่อนโยนเอ่ยวาจา “เจ้ามานี่ พวกเราทำข้อแลกเปลี่ยนกันเป็นอย่างไร?”
“ข้อแลกเปลี่ยน?” ได้ยินว่ามีผลประโยชน์ให้ จินเฟยเหยาก็ดวงตาเป็นประกาย มีความกล้าขึ้นมา เหมือนคนเผ่ามารจะไม่น่ากลัวเท่าใดแล้ว
“ข้าสามารถให้ของดีแก่เจ้าชิ้นหนึ่ง จากนั้นเจ้าเพียงใช้มันทำเรื่องที่ลำบากเพียงแค่ยกมือ หลังทำสำเร็จ ข้าสามารถส่งเจ้ากลับทะเลจากที่นี่ได้” ถึงแม้น้ำเสียงของบุรุษเผ่ามารจะพยายามอ่อนโยนแล้ว ทว่าในความเห็นของจินเฟยเหยาก็ยังคงน่ากลัวอยู่เช่นเดิม
จินเฟยเหยาเอ่ยถามแบบไม่รักชีวิต “เจ้าจะให้ข้าทำอะไร? คงไม่ใช่เป็นของว่างให