มีสองทิศทางให้นางหนี ทั้งสองคนเจ้าไล่ตามข้าซ่อนตัวพัวพันกันราวกับแมวไล่จับหนู
ยิ่งใกล้วันสุดท้าย จินเฟยเหยายิ่งรู้สึกว่าด้านหลังของตนเองดูเหมือนจะรู้สึกได้ถึงอันตรายที่สลัดไม่หลุด ที่จริงนางไม่ได้ขโมยของมาสองวันแล้ว พบคนสองกลุ่มกำลังต่อสู้กันอยู่พอดี คงไม่ง่ายและไม่บังเอิญขนาดนั้น พบเห็นก่อนก้าวหนึ่งก็ต้องรอคอยอาจจะถูกคนพบเห็นได้ง่าย ถ้ามาช้าไปก้าวหนึ่งผู้อื่นก็เริ่มเก็บสถานที่ ถ้าไปขโมยอาจจะถูกคนพบเห็นได้ง่ายเช่นเดียวกัน
นางได้ป้ายเข้าออกดินแดนลึกลับลั่วเซียนมาสี่ชิ้นตั้งนานแล้ว เช่นนี้ไม่ว่าจะต่อสู้อย่างไรพอถึงเวลาตนเองก็สามารถออกจากดินแดนลึกลับลั่วเซียนได้
สุดท้ายบนไหล่เขาที่มีทุ่งดอกไม้ป่าเปิดโล่งแห่งหนึ่ง จินเฟยเหยาก็ถูกไป๋เจี่ยนจู๋ปิดทางหนีได้ในที่สุด
ครั้งนี้ไป๋เจี่ยนจู๋หาตัวจินเฟยเหยาพบ หยิบไผ่เขียวขึ้นมาหวดทีหนึ่งโดยไม่เอ่ยอะไร ไผ่สีเขียวปลอดปล่อยแสงสีเขียวสายแล้วสายเล่าราวกับคมมีดขนาดยักษ์ตัดทุกสิ่งทุกอย่างบนไหล่เขา เขาไม่กล้าและไม่ยอมให้จินเฟยเหยาเอ่ยวาจา ผู้ใดจะรู้ว่ายายนี่จะฉวยโอกาสใช้กระบวนท่าชั่วร้ายอะไรอีก วิธีที่ดีที่สุดคือสังหารนางให้ตายก่อน โลกนี้จะได้มีคนชั่วลดลง
ส่วนจินเฟยเหยากลิ้งตัวอยู่ระหว่างคมมีดและกระโดดหลบเหมือนตัวหมัด เห็นนางหลบอย่างลื่นไหลไป๋เจี่ยนจู๋ก็สั่นไผ่เขียว ใบไผ่บนไผ่เขียวทยอยกันร่วงหล่น ใบไผ่ที่เห็นได้ชัดว่ามีเพียงเจ็ดแปดใบพอสั่นเช่นนี้กลับร่วง