ห้ข้า” จินเฟยเหยาเดินมาถึงเบื้องหน้าพั่งจื่อแล้วเตะก้นมันหนึ่งที พั่งจื่อนั่งนิ่งเหมือนรูปปั้น ไม่ขยับเลยสักนิด และไม่สนใจนางแม้แต่น้อย
“ไม่ต้องแกล้งตาย รีบคายออกมาให้ข้าเร็ว” จินเฟยเหยาเตะมันเต็มแรงอีกหลายที พั่งจื่อส่งเสียงแหวะ คายอ่างมายาจิ่งเทียนออกมาจากในปาก
จินเฟยเหยาหยิบมายาจิ่งเทียนขึ้น เอ่ยพึมพำอย่างไม่พอใจ “ข้าก็ใจอ่อนเกินไป หากรู้แต่แรกตอนนั้นเหยียบเจ้าให้ตายเสียก็ดี ตอนเล็กๆ ยังแสร้งทำท่าน่ารักมาประจบเอาใจทั้งวัน ตอนนี้ตัวใหญ่แล้ว ความกล้าก็มากขึ้นตามไปด้วย ไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาเลยสักนิด ถ้ายั่วโทสะข้าเมื่อไหร่ ข้าจะไล่เจ้าออกไปเสีย”
“อ๊บ” พั่งจื่อยังคงนั่งไร้อารมณ์อยู่ที่เดิม ร้องอย่างไม่ถูกกาลเทศะ จินเฟยเหยาชะงักฝีเท้า หยิบก้อนหินเล็กๆ ข้างแปลงยาขึ้นมาก้อนหนึ่งหมุนตัวไปขว้างใส่หัวพั่งจื่อ ดวงตาพั่งจื่อกลอกมา พออ้าปาก ก็มีเงาสายหนึ่งวาบผ่านกลางอากาศ จินเฟยเหยาถูกลิ้นของมันชกอย่างแรง
“เจ้าฟังให้ดีนะ ทุกอย่างที่เจ้ากินและอาศัยอยู่ล้วนเป็นของข้า คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะกล้าต่อยข้า เจ้าอย่านึกว่าเจ้าออกไปแล้วจะอยู่ด้วยตนเองได้นะ ด้วยความกินเก่งของเจ้า ผ่านไปไม่กี่วันก็ถูกทุบตีจนตายในฐานะตัวหายนะแล้ว”
จินเฟยเหยาด่ามันอย่างสาดเสียเทเสีย ส่วนพั่งจื่อกลับไม่สนใจเลยสักนิด ยื่นลิ้นตวัดไก่ย่างตัวหนึ่งออกมาจากในถุงเก็บของบนหลัง แสร้งทำเป็นลิ้มรสอย่างช้าๆ
“คร้านจะสนใจเจ้า ทางที่ดีขอให้เจ