หมดก็ตกใจกลับเข้าไป “ทางเข้าอยู่ตรงนี้ พวกเราเข้าไปจากที่นี่” เฉียนเฟิงยืนอยู่หน้าถ้ำ เข้าไปด้านในแล้วโยนเวทอัคคีระดับสร้างฐานออกมา เห็นมังกรเพลิงตัวหนึ่งพุ่งเข้าไปในถ้ำ ด้านในมีเสียงดังเพี๊ยะพะ ควันดำปนกลิ่นเหม็นลอยออกมา ท่าทางเปลวไฟนี้จะเผาได้อย่างเรืองโรจน์
ทุกคนต่างไม่เข้าใจ ถ้ำขนาดสูงครึ่งตัวคนเช่นนี้ ผู้อาวุโสเฉียนเฟิงมุดตัวเข้าไปข้างใน และพบว่าด้านในมีบัวเซียนอัคคีได้อย่างไร เสียงภายในถ้ำค่อยๆ เงียบลง เฉียนเฟิงใช้ชายเสื้อโบก ลมหมุนหอบหนึ่งก็พัดเข้าไปภายในถ้ำ พัดพาให้ควันในถ้ำทั้งหมดกระจายหายไป
จากนั้นเฉียนเฟิงจึงนำทุกคนก้มตัวมุดเข้าไปในถ้ำ
จินเฟยเหยามุดตามหลังหลิ่วฉี่ปอเข้าไปในถ้ำ เบื้องหน้าเป็นความมืดมิด ยื่นมือออกมาก็มองไม่เห็นนิ้วมือทั้งห้า เสียงดัง “เพี๊ยะ” เฉียนเฟิงที่อยู่เบื้องหน้าโยนบอลไฟขนาดเล็กออกมา บอลไฟลอยอยู่ด้านหน้าเขา ส่องสว่างในถ้ำ เพียงแต่จินเฟยเหยาติดตามอยู่ด้านหลัง แสงไฟถูกคนเบื้องหน้าบดบังเอาไว้ เห็นเพียงเงาตะคุ่มๆ ภายในถ้ำสูงครึ่งตัวคนและทอดยาวสายนี้
ทุกคนค่อยๆ ทยอยกันนำวัตถุส่องสว่างออกมา คนที่ควบคุมเปลวไฟให้ลอยอยู่กลางอากาศได้เป็นเวลานานเช่นเฉียนเฟิงมีเพียงผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานเท่านั้นที่สามารถทำได้ ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณย่อมใช้สิ่งอื่นแทน คนส่วนมากล้วนนำหินแสงราตรีก้อนเล็กๆ มาออกมาแขวนไว้บนโซ่ จินเฟยเหยาก็นำหินแสงราตรีออกมาแขวนไว้ตรงเอวเช่นเดีย