วกัน
ก้มตัวเดินอยู่ในถ้ำที่สูงครึ่งตัวคน บางครั้งข้างเท้าจะเหยียบโดนซากที่ไหม้เกรียมของแมงมุมตาผี บางครั้งก็ได้ยินเสียงของเฉียนเฟิงเผาแมงมุมตาผีตายดังมาจากด้านหน้า ไม่รู้ว่ามีเสียงน้ำหยดดังมาจากที่ใด ดังสะท้อนอยู่ในอุโมงค์
ไม่รู้ว่าเดินมานานเพียงใด ได้ยินหลิ่วฉี่ปอที่เบื้องหน้าเอ่ยเตือนว่า “ระวังใต้เท้า” อาศัยแสงไฟที่อ่อนจาง จินเฟยเหยาเห็นเบื้องหน้าพลันเปิดกว้างขึ้นอย่างกะทันหัน ใต้เท้ามีระดับแตกต่างกันเล็กน้อย นางก้าวยาวๆ ข้ามไป
หลังจากยืนได้มั่นคง จินเฟยเหยาพบว่าตอนนี้ทุกคน อยู่ในโพรงถ้ำธรรมชาติขนาดยักษ์ เหนือศีรษะมีหินย้อยงอกยาว บนพื้นชื้นแฉะ เสียงน้ำหยดที่ดังสะท้อนในถ้ำแคบๆ มาตลอดเป็นเสียงน้ำที่หยดลงมาจากหินย้อย
ในเงาของหินย้อยมีเสียงเคลื่อนไหวซ่าซ่าดังมา เพราะถ้ำธรรมชาติมีขนาดใหญ่เกินไป จึงมองไม่เห็นว่าด้านในมีสิ่งใดซ่อนอยู่
ทันใดนั้น รอบด้านก็สว่างขึ้น ด้านหลังเหมือนมีดวงอาทิตย์ขึ้นมา สาดส่องถ้ำที่สูงห้าหกจั้งทั้งหมดให้สว่างไสว เห็นภายในถ้ำมีแมงมุมตาผีจำนวนนับไม่ถ้วนเผยออกมาให้เห็นภายใต้แสงสว่าง และพยายามแทรกไปอยู่ตามเงามืดของถ้ำอย่างเอาเป็นเอาตาย ภายในสถานที่อันมืดมิดสว่างขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้จินเฟยเหยาตาพร่า นางใช้มือบดบังแสงแล้วมองไปด้านหลัง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ผู้บำเพ็ญเซียนที่มีสีเหลืองทั้งตัวถือท่อนไม้ยาว ด้านบนมีหินแสงราตรีขนาดใหญ่เท่าศีรษะฝังอยู่ด้านบน เขาชูหิน